เงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต จ่ายด้วยอย่างไหนดีสุด?

October 12, 2015


TH_BLOG_CashCreditDebit

คนเราเกิดมาพร้อมกับมีสิ่งของให้เลือกมากมายในชีวิต ไม่ว่าสิ่งของนั้นๆ จะเป็นอาหารสดหรืออาหารแช่แข็ง สีน้ำตาลหรือสีแดง กระดาษหรือพลาสติก แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่คุณเลือกก็ย่อมดีที่สุดและตอบสนองต่อคุณที่สุด เช่น คุณอาจเลือกถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกในการชอปปิ้ง เพื่อเป็นการลดโลกร้อน หรือเมื่อซื้อของเสร็จคุณก็ต้องเลือกว่าจะจ่ายด้วยเงินสดหรือบัตรดี? แล้วถ้าเป็นบัตร ควรจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตดีล่ะ? ฯลฯ
ถ้าอยากรู้คำตอบ ขั้นแรก MoneyGuru.co.th จะพาไปดูประโยชน์ของเงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต กันก่อนค่ะ จะได้รู้ว่าแต่ละประเภทนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

ประโยชน์ของ เงินสด บัตรเครดิต และ บัตรเดบิต

ประโยชน์ของการจ่ายด้วยบัตร ทั้ง บัตรเครดิต และ บัตรเดบิต คือ สามารถเป็นหลักฐานในการจับจ่ายซื้อของได้ ว่าเราจ่ายอะไรไปบ้าง ซึ่งการจ่ายด้วยบัตรนี้ จะมีข้อมูลของคุณอยู่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม บัตรเครดิตจะมีความคุ้มครองมากกว่าบัตรเดบิต เพราะมี พ.ร.บ.บัตรเครดิต หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตให้การคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ ยกตัวอย่างเช่น…
  • ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมีหน้าที่แจ้ง เปิดเผย หรือให้ข้อมูลแก่ผู้ถือบัตร รวมทั้งการเตือนเกี่ยวกับการทุจริตต่างๆ ในการใช้ข้อมูลหรือใช้บัตรเครดิต และแจ้งให้ผู้ถือบัตรระวังการโจรกรรมข้อมูลเครดิต หรือการทำธุรกรรมที่ไม่ปกติ
  • ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตรก่อนถึงวันครบกำหนด และให้ ธปท. กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้รับบัตร จัดให้มีศูนย์บริการลูกค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือบัตร
ในขณะที่บัตรเดบิตก็มีการรักษาข้อมูลผู้บริโภคคล้ายๆ กับบัตรเครดิตค่ะ คือมี พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์คุ้มครองผู้บริโภคอยู่ ยกตัวอย่างเช่น…
  • มาตรา 13 คําเสนอหรือคําสนองในการทําสัญญาอาจทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และห้ามมิให้ปฏิเสธการมีผลทางกฎหมายของสัญญาเพียงเพราะเหตุที่สัญญานั้นได้ทําคําเสนอหรือคําสนองเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
  • มาตรา 14 ในระหว่างผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล การแสดงเจตนาหรือคําบอกกล่าวอาจทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
อย่างไรก็ตาม เงินสด และ บัตรเดบิต จะมีค่าธรรมเนียมหรือค่าจิปาถะอื่นๆ น้อยกว่า บัตรเครดิต ค่ะ เพราะหากคุณใช้เงินสดหรือบัตรเดบิต คุณจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเหมือนกับบัตรเครดิต อีกทั้ง ถ้าคุณถอนเงินสดจากตู้ ATM คุณก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซักบาท (ยกเว้นถอนจากตู้ต่างธนาคาร) และในส่วนของบัตรเดบิตนั้น หลายธนาคารก็เริ่มไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายปีแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่ผู้บริโภคต้องระวังในการใช้บัตรเดบิต คือ การกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างจังหวัดมากกว่าค่ะ เพราะจะถูกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 25 บาท ทางที่ดี ควรกดเงินสดก่อนออกต่างจังหวัดดีกว่านะคะ
เมื่อเรารู้ประโยชน์ของเงินสด บัตรเครดิตและบัตรเดบิตแล้ว ขั้นต่อไป เรามาดูค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง…

บัตรเครดิตเสียค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

  • กรณีชำระค่าสินค้าและบริการไม่เต็มจำนวน หรือทยอยผ่อนชำระ (และไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขปลอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหรือ 0%) : หากไม่ชำระเต็มจำนวนภายในวันที่กำหนด อาจถูกคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากยอดเต็ม ตั้งแต่วันที่ใช้บัตรจนถึงวันก่อนวันที่เราชำระเงิน แล้วจึงคิดจากยอดคงค้างหลังจากนั้น
  • กรณีเบิกถอนเงินสด : จะถูกคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันที่เบิก และยังจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
เมื่อเรารู้แล้วว่าข้อเสียของบัตรเครดิตนั้นมีอะไรบ้าง ขั้นสุดท้ายเรามาดูกันค่ะ ว่าอะไรดีที่สุด!

สรุปแล้วอะไรดีสุด??

ทั้งนี้ โดยสรุปแล้ว บัตรเดบิต ดูมีแนวโน้มจะดีที่สุดในตัวเลือกทั้ง 3 ตัวนี้ ทั้งวิธีการใช้บัตร ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือดอกเบี้ยใดๆ เหมือนบัตรเครดิตเลย หรือจะเป็นความปลอดภัยจากการชำระเงิน ที่มี พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์คุ้มครองอยู่ อีกทั้งยังปลอดภัยจากกระเป๋าเงินศูนย์หาย หรือถูกลักขโมยเงินสดอีกด้วย เพราะเงินของคุณปลอดภัยอยู่ในบัญชีธนาคารของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเงินสด บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต มันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปนะคะ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคลค่ะ
ติดตามสาระความรู้ และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประกันภัยรถยนต์ได้ที่ MoneyGuru.co.th

ติดตามบทความจาก MoneyGuru.co.th

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ, howstuffworks, kapook,  etda, 1213

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน