รู้ทันพวกตาม หนี้ บัตรเครดิต: อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "Banking & Finance,บัตรเครดิต"

November 6, 2015


PT_Blog_Debt_Collector

สำหรับผู้ที่ใช้ บัตรเครดิต การเป็นหนี้บัตรเครดิตเป็นอะไรที่ไม่น่าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลยแม้แต่น้อย เพราะจะต้องถูกทวงถามหนี้อยู่บ่อย ๆ และบางครั้ง ผู้ทวงถามหนี้บัตรเครดิต ยังนำข้อมูลการเป็นหนี้ของเราไปเล่าให้คนอื่นฟังให้เราได้รับความอับอาย เพื่อกดดันให้เราหาเงินมาชำระหนี้อีกตังหาก
เพื่อไม่ให้มีการข่มขู่จนเป็นเหตุให้มีการสูญเสียอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวกันอยู่บ่อย ๆ ทางภาครัฐฯ จึงได้ออกกฎหมายพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เพื่อคุ้มครองลูกหนี้บัตรเครดิตจากการถูกทวงถามหนี้อย่างไม่เป็นธรรม MoneyGuru.co.th จึงได้นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อห้ามในการทวงหนี้มาให้ผู้ใช้บัตรเครดิตได้อ่านกัน เผื่อว่าเวลาที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเข้าจริง ๆ จะได้ปกป้องสิทธิตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ

1. ห้ามติดต่อกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้บัตรเครดิต หรือคนที่ลูกหนี้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ เจ้าหนี้มักจะติดต่อไปยังเพื่อนรวมงาน หรือนายจ้างของลูกหนี้บัตรเครดิต และบอกเล่าเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้บัตรเครดิตให้ฟัง เพื่อให้ลูกหนี้บัตรเครดิตได้รับความอับอาย กฎหมายฉบับใหม่นี้ อนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลอื่นได้ ก็ต่อเมื่อเพื่อถามที่อยู่และสถานที่ติดต่อลูกหนี้ และห้ามบอกถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ ยกเว้นแต่ว่า บุคคลอื่นที่ติดต่อเป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตร และบุคคลดังกล่าวได้สอบถามถึงสาเหตุที่ต้องการติดต่อลูกหนี้ จึงจะสามารถบอกกล่าวถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ได้ครับ

2. ห้ามติดต่อลูกหนี้บัตรเครดิตไปยังสถานที่อื่น ต้องติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้ได้ระบุไว้

ในกรณีที่ติดต่อทางไปรษณีย์ จะต้องติดต่อไปตามที่อยู่ที่ลูกหนี้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น แต่ถ้าลูกหนี้บัตรเครดิตไม่ได้แจ้งไว้ และเจ้าหนี้ได้พยายามติดต่อตามสมควรแล้ว กฎหมายก็อนุญาตให้ติดต่อไปยังสถานที่ทำงาน หรือถิ่นที่อยู่ หรือภูมิลำเนาของลูกหนี้ได้ครับ

3. ห้ามติดต่อนอกเวลา

การติดต่อลูกหนี้บัตรเครดิตทางโทรศัพท์ ในวันจันทร์ – ศุกร์ จะต้องติดต่อภายในเวลา 8:00น. – 20:00น. และในวันหยุดราชการ ต้องติดต่อภายในเวลา 8:00น. – 18:00น. เท่านั้น หรือเวลาอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดครับ

4. ห้ามทวงหนี้โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ

ในกรณีที่ผู้ทวงถามหนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้ จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจของเจ้าหนี้ให้แก่ลูกหนี้บัตรเครดิตดูด้วย เมื่อมีการทวงถามหนี้ และเมื่อลูกหนี้บัตรเครดิตชำระหนี้ ให้ออกหลักฐานการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้ด้วย และหากลูกหนี้บัตรเครดิตชำระหนี้ไปโดยสุจริตให้แก่ผู้ทวงถามหนี้แล้ว ให้ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบแก่เจ้าหนี้ ไม่ว่าผู้ทวงถามหนี้จะได้รับมอบอำนาจมาจริงหรือไม่

5. ห้ามกระทำการทวงถามหนี้โดยใช้วิธีการไม่สุจริต

วิธีการที่ไม่สุจริตได้แก่ การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง การทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง ทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น หรือ เปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้ต่อผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือใช้วาจาดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น หรือติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสารที่เปิดเผยว่าเป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน หรือใช้ข้อความหรือสัญลักษณ์บนซองจดหมายในการติดต่อลูกหนี้ที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการทวงถามหนี้

6. ห้ามใช้ข้อความอันเป็นเท็จ

ห้ามใช้ข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องแบบ ที่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจได้ว่าเป็นการกระทำของศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือการแสดง ใช้ข้อความที่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจได้ว่าเป็นการทวงถามหนี้โดยทนายความหรือสำนักงานทนายความ หรือแสดง ใช้ข้อความที่ทำให้ลูกหนี้เชื่อว่าจะถูกดำเนินคดี หรือถูกยึด อายัดทรัพย์หรือเงินเดือน หรือติดต่อหรือแสดงตนที่ทำให้ลูกหนี้เชื่อได้ว่าผู้ทวงถามหนี้จะนำข้อมูลของลูกหนี้ส่งให้บริษัทข้อมูลเครดิต
ข้อห้ามทั้ง 6 ข้อ เป็นข้อห้ามหลัก ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการทวงถามหนี้ ซึ่งหากคุณผู้อ่านประสบกับพฤติกรรมการทวงถามหนี้บัตรเครดิตเหล่านี้ สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีได้เลยครับ โทษตามกฎหมายใหม่นี้ มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับครับ โดยโทษจำคุกต่ำสุดจะอยู่ที่ 3 เดือน สูงสุดอยู่ที่ 5 ปี และโทษปรับต่ำสุดอยู่ที่ 30,000 บาท สูงสุดอยู่ที่ 500,000 บาทครับ และหากคุณผู้อ่านสนใจข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับบัตรเครดิตก็สามารถติดตามต่อได้ที่ MoneyGuru.co.th ครับ
TH_BLOG-CTA_CC_01

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน