ข้อควรระวัง หากผิดนัดชำระผ่อนสินเชื่อ

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "Banking & Finance,Loans"

May 28, 2019


ในบางครั้งการสร้างหนี้คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นเพราะในปัจจุบัน สถาบันการเงินได้ให้บริการสินเชื่อมากมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการใช้เงินด่วน ซึ่งก็ทำให้หลายๆ คน ยื่นขอสินเชื่อมากกว่า 1 ประเภทแน่นอน วันนี้ MoneyGuru.co.th เลยขอหยิบยกเอาข้อควรระวังของเมื่อคุณขอสินเชื่อมากๆ โดยลืมคิดถึงภาระที่คุณต้องถือไว้ จนทำให้ผิดนัดชำระจ่ายค่างวดสินเชื่อ

1. ระวังดอกเบี้ย

สิ่งแรกที่คุณจะต้องเจอเมื่อคุณไม่ชำระค่างวดให้ตรงเวลาตามเงื่อนไข ก็คือ การเพิ่มหนี้สินจากดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินปรับคุณ ซึ่งในกรณีของสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยที่ทางสถาบันการเงินจะเริ่มคิดกับคุณนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่คุณไปกดเงินสดออกจากบัญชีของคุณ แล้วเมื่อคุณชำระช้าก็จะทำให้ดอกเบี้ยทบต้นทบดอกเพิ่มไปอีกทันที

2. ถูกโทรทวงหนี้

การถูกโทรทวงถามหนี้นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อคุณผิดนัดชำระหนี้มาประมาณ 1-2 เดือน โดยจะมี Call Center เป็นผู้โทรมาทวงถามเพื่อสอบถามการชำระเงิน เนื่องจากบางกรณีอาจจะมีการเกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการชำระหนี้ได้ เช่น ผู้กู้ชำระหนี้แล้วแต่ทางสถาบันการเงินไม่ได้รับเงิน ทาง Call Center จึงโทรมาเพื่อติดตามสอบถาม หากการชำระตกหล่นก็จะได้รับการตรวจสอบ

3. จดหมายเตือน

ในกรณีที่คุณได้รับจดหมายเตือน หลังจากที่ทาง Call Center โทรมาทวงถามหนี้แล้ว ถือเป็นช่วงที่คุณจะต้องตระหนักถึงการชำระหนี้ให้ดีๆ นั่นเพราะในจดหมายจะแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินที่ต้องชำระ และข้อกฎหมายต่างๆ ในกรณีที่คุณไม่ชำระหนี้ ซึ่งจะถือเป็นคดีความขึ้นมาได้ หากคุณไม่ชำระหนี้

4. ฟ้องและดำเนินคดี

หลังจากที่ทางสถาบันการเงินได้โทรทวงถาม ส่งจดหมายเตือน แต่คุณกลับไม่มีท่าทีที่จะชำระหนี้ ขั้นต่อไปทางสถาบันการเงินก็จะเริ่มยื่นเรื่องดำเนินคดี และส่งจดหมายมาแจ้งผู้กู้ให้ทราบว่าจะถูกดำเนินคดี พร้อมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหลายจะถูกรวมเข้าไปกับหนี้สินของผู้กู้ด้วย

หากรู้ตัวว่าผ่อนไม่ไหว ควรทำอย่างไร?

สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือการหนีหนี้ คุณควรเข้าไปหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ขอลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจนกว่าจะสามารถกลับไปชำระเงินในแบบเดิมที่เคยตกลงกันไว้ ​หรืออาจเลือกตัวช่วยใหม่จากสถาบันการเงินรายอื่น ซึ่งประเภทบริการจะเรียกว่า “​การรีไฟแนนซ์​”

โดยการรีไฟแนนซ์ ความหมายง่ายๆ คือการ “เปลี่ยนเจ้าหนี้” หรือไถ่ถอนหนี้จากผู้ให้สินเชื่อเดิมเพื่อมาขอกู้จากผู้ให้สินเชื่ออีกแห่งหนึ่งแทน โดยประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์ นอกจากจะช่วยประนีประนอมหนี้สินของคุณแล้ว ยังช่วยเรื่องดอกเบี้ยที่ลดลงด้วย เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่ มักจะคำนวณดอกเบี้ยน้อยจากการรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรกๆ เสมอ

MoneyGuru.co.th เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ ในกรณีของการผ่อนชำระสินเชื่อก็เช่นกัน หากสถานการณ์ทางการเงิน ณ ปัจจุบันส่งผลให้ความคล่องตัวของเงินของคุณมีปัญหา ลองเลือกปรึกษาสถาบันการเงิน พร้อมกับตั้งสติ แล้วปรับการใช้ชีวิต ดีกว่าปล่อยให้เป็นคดีความซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายที่มากขึ้นนะครับ