บทความหมวดหมู่ : สินเชื่อส่วนบุคคล

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และเคล็ดลับการเงินดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

หนี้ที่ไม่ควรมี และมีได้ หากกำลังจะเกษียณอายุ

เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณอายุ ก็จะเป็นช่วงวัยที่หยุดทำงาน ใช้ชีวิตที่เหลือไปกับการพักผ่อนจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งชีวิต บางท่านอาจจะเลือกไปท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง บางท่านอาจจะเลือกย้ายไปอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัดเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ และหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ แต่ไม่ว่าจะทำการอะไรก็ตามหลังจากเกษียณอายุ คุณก็จำเป็นต้องใช้เงินทั้งสิ้น แล้วคุณจะเอาเงินจากไหนมาใช้ระหว่างเกษียณอายุล่ะ? แน่นอนก็ต้องเป็นเงินที่คุณต้องเก็บสะสมเอาไว้ตั้งแต่ได้เงินเดือนเดือนแรกของชีวิตเลยน่ะสิ คุณผู้อ่านบางท่านมีเงินเก็บในส่วนนี้ แต่บางท่านไม่เคยวางแผนในการเกษียณอายุเลย ทำให้ถึงแม้จะมีเงินเก็บ แต่ก็ไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายช่วงอายุในการเกษียณทั้งหมดได้ (ประมาณ 20 ปี หากนับตามอายุเฉลี่ยของคนไทยคือ 80 ปี) ในเมื่อทำงานไม่ได้จึงไม่มีรายได้ หรือจะลงทุนทำกิจการของตัวเองก็ต้องใช้เงินลงทุน ทำให้อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา ซึ่งมันอาจจะทำให้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณของคุณนั้นไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้สบายอย่างที่คุณคาดคิดเอาไว้ วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงขอนำเสนอ หนี้ที่ไม่ควรมี และหนี้ที่สามารถมีได้ หากกำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณอายุ มากฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้ หนี้ที่ไม่ควรมี หนี้บ้าน ส่วนใหญ่หนี้บ้านนั้น จะจบการผ่อนชำระพร้อมกับการเกษียณอายุพอดี คือเมื่อคุณอายุ 60 ปี หรือผ่อนผันได้จนถึงอายุ 65 ปี ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่จะมีมูลค่าเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเจริญของย่านทำเลที่ตั้ง หนี้บ้านถือเป็นภาระที่หนัก หากเป็นไปได้ควรเลือกผ่อนชำระให้หมดก่อนวัยเกษียณ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องหารายได้เพิ่ม หรือต้องปันเงินเก็บบางส่วนมาใช้ชำระหนี้ เปลี่ยนให้กลายเป็นทรัพย์สินและตกทอดเป็นมรดกของลูกหลานก่อนเข้าสู่วัยเกษียณดีกว่า คุณจะได้เกษียณอายุอย่างสบายตัว ไม่ต้องมีภาระอะไรติดค้างอีก หนี้รถยนต์ หนี้รถยนต์แม้จะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ แต่เป็นหนี้ระยะเวลาไม่นาน […]

อ่านเพิ่มเติม

เป็นหนี้เกินตัว เกิดจากสาเหตุอะไรกันนะ?

ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกข้อกำหนดใหม่ในการควบคุมการเป็นหนี้ของคนไทย ด้วยการจำกัดวงเงินสูงสุดให้เป็นไปตามฐานรายได้ของผู้สมัครบัตรเครดิต ดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท สามารถอนุมัติวงเงินได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ รายได้น้อยกว่า 50,000 บาท อนุมัติวงเงินได้ไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ และผู้ที่มีรายได้ 50,000 บาทขึ้นไป อนุมัติวงเงินได้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ ซึ่งข้อกำหนดนี้มีผลเฉพาะผู้สมัครบัตรเครดิตใหม่เท่านั้น ไม่มีผลต่อผู้ที่มีบัตรเครดิตอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว การที่ต้องมีการออกข้อกำหนดเหล่านี้มานั้น ก็เป็นเพราะว่าหนี้สินของคนไทยพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปัจจุบันพบว่าแต่ละครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ 299,266 บาท มีประชาชนจำนวนสูงถึง 79.3% ที่เคยมีปัญหาการเงินและขาดการผ่อนชำระหนี้ และส่วนที่คนไทย เป็นหนี้เกินตัว นั้น เกิดจากสาเหตุใดบ้าง วันนี้ MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝากกัน เพื่อผู้ที่กำลังจะเดินเข้าสู่หนทางการเป็นหนี้หรือกำลังเป็นหนี้อยู่ จะได้รู้ทันและเริ่มวางแผนหรือปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะหนี้ล้นพ้นตัวนั่นเอง ใช้จ่ายโดยไม่คำนึงถึงรายได้ สาเหตุแรก ๆ ที่คนไทยมักจะเป็นคือ ใช้จ่ายไปโดยไม่ระมัดระวัง ไม่มีการคำนึงถึงรายได้ของตัวเองหรือจำนวนเงินที่มีอยู่ในกระเป๋า อยากได้อะไรก็ซื้อ อยากกินอะไรก็กิน ซึ่งนำไปสู่การเป็นหนี้เกินตัวโดยที่ไม่จำเป็น เพราะถ้าไม่มีเงินสดซื้อก็หันไปพึ่งพาบัตรเครดิตจากนั้นก็ผ่อนชำระบิลบัตรเครดิตแบบขั้นต่ำ ทำให้เงินเดือนไม่พอใช้ชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือหรูหน่อยก็เดือนชนเดือนไม่พอเก็บ และเมื่อมีเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาก็ต้องขาดการผ่อนชำระ […]

อ่านเพิ่มเติม

เป็นหนี้อย่างมีสุข ต้องทำตามบัญญัติ 9 ประการนี้

ขึ้นชื่อว่า “หนี้” ไม่ว่าจะเป็น หนี้ดี หนี้เสีย หนี้เพื่อประกอบอาชีพ หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้แบบไหนก็ตาม ย่อมสร้างความวิตกกังวลให้กับลูกหนี้ทั้งสิ้น แต่จะทำอย่างไรล่ะ จึงจะสามารถอยู่กับภาวะการเป็นหนี้แบบสบายใจสบายกระเป๋าเงินได้ วันนี้ MoneyGuru.co.th มีเคล็ดไม่ลับในการ เป็นหนี้อย่างมีสุข ด้วยบัญญัติ 9 ประการมาฝากคุณผู้อ่านกันด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย 1. คิดให้ดีก่อนก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากการกู้สินเชื่อ การใช้บัตรเครดิต หรือการเป็นหนี้แบบใด ๆ ก็ตามนั้น จะมีดอกเบี้ยรวมอยู่ด้วย ลำพังยืมมาแล้วจ่ายเงินต้นคืนไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือดอกเบี้ยต่างหาก เพราะยิ่งใช้เวลาชำระนานเท่าไหร่ จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งเพิ่มพูนบานปลายใหญ่โตมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ควรคิดให้ดี คิดให้ถี่ถ้วนและละเอียดรอบคอบ ก่อนตัดสินใจจะก่อหนี้สินใด ๆ 2. รู้จักหักห้ามใจ ความอยากได้อยากมีตามกระแส ความไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ รวมถึงความใช้ง่ายจ่ายคืนทีหลังของบัตรเครดิตนี่แหละ ทำให้คนเป็นหนี้ล้นพ้นตัวมานักต่อนัก ทางที่ดีที่สุดหากไม่อยากโดนดอกเบี้ยท่วมหัวจนมิด คุณจำเป็นต้องลด ละ เลิก ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยและรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ ออกไปจากชีวิตเสีย เพื่อไม่ให้เป็นหนี้บานปลาย […]

อ่านเพิ่มเติม

วิธีใช้บัตรเครดิต แบบไม่ติดหนี้ ไม่แบล็กลิสต์ แถมประหยัดเงิน

เชื่อว่ามีผู้คนมากมายในปัจจุบันเป็นหนี้บัตรเครดิตล้นพ้น ทำให้การเงินติดขัดมีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง เกิดความเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ซึ่งล้วนแต่เกิดจากการไม่รู้วิธีการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องเหมาะสม ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยไม่วางแผนใด ๆ และยังรวมไปถึงความอยากได้อยากมีเกินตัวด้วย วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงจะมาแนะนำวิธีการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง แบบไม่ให้เดือดร้อนตัว ไม่ทำให้เป็นหนี้ ไม่ติดแบล็กลิสต์ และที่สำคัญยังช่วยให้คุณประหยัดเงินได้ด้วย วิธีใช้บัตรเครดิต แบบไม่เป็นหนี้ และไม่ติดแบล็กลิสต์ การใช้บัตรเครดิตโดยที่ไม่ให้เป็นหนี้ และไม่มีประวัติเสีย ๆ (หรือที่คนเข้าใจผิดและเรียกว่าติดเครดิตบูโร หรือติดแบล็กลิสต์) นั้นไม่ยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่คุณวางแผนก่อนใช้มันก็เท่านั้นเอง ซึ่งวิธีใช้อย่างถูกต้องนั้น มีหลักง่าย ๆ อยู่ 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้ 1. ไม่ใช้จ่ายเกิน 30% ของวงเงินบัตรเครดิต  ตัวอย่างเช่น หากคุณได้วงเงินบัตรเครดิต 50,000 บาท ก็ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในแต่ละเดือนเพียง 30% ซึ่งก็คือ 15,000 บาท โดยสามารถติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อจำกัดการใช้วงเงินบัตรเครดิตของคุณได้ หากคุณคิดว่าคุณไม่สามารถควบคุมหรือหักห้ามใจตัวเอง ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยไม่ให้คุณใช้บัตรเครดิตมากเกินไปจนคุณจ่ายคืนไม่ไหว พึงระลึกเอาไว้เสมอว่า บัตรพลาสติกใบเล็ก ๆ นี้ มันคือเงินในอนาคต หากคุณใช้มากเกินกว่ารายได้ของคุณ คุณจะเป็นหนี้ทันที […]

อ่านเพิ่มเติม

หนี้ดีหนี้ไม่ดี ดูอย่างไร วางแผนเรื่องหนี้แบบไหนถึงเวิร์ค

ปัจจุบันนี้ ผู้คนที่มีอิสระทางการเงินหรือที่เรียกว่ามหาเศรษฐี ที่จะซื้ออะไรก็ได้เป็นเงินสดตามใจนึก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังงามหรือรถคันหรู มีจำนวนเพียง 1% ในประเทศไทย อีก 99% ที่เหลือนั้นไม่สามารถที่จะซื้อสิ่งเหล่านี้ด้วยเงินสดได้ จริงอยู่คุณสามารถเก็บเงินได้หากต้องการจะซื้อด้วยเงินสด แต่คุณจะต้องสูญเสียเวลานานนับ 10 ปี ในการเก็บเงินก้อนนั้น ซึ่งที่อยู่อาศัยนั้นเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่คุณต้องมีวันนี้เดี๋ยวนี้ ครั้นจะเช่าบ้านอยู่เพื่อเก็บเงินซื้อบ้านซื้อรถ ก็ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดนัก เพราะคุณจะต้องเสียเงินเพื่อเช่าที่อยู่อาศัย แถมยังต้องเก็บเงินซื้อบ้านอีก เอาเงินที่เช่าบ้านอยู่ทุกเดือนนั้นไปเป็นเงินในการซื้อบ้านไม่ดีกว่าหรือ? คุณจึงจำเป็นต้องกู้สินเชื่อในการซื้อบ้านและรถยนต์ และจำใจต้องตกอยู่ในภาวะการ “เป็นหนี้” อีกอย่างหนึ่งคือ หากคุณเก็บเงินได้มากขนาดซื้อบ้านซื้อรถด้วยเงินสดได้ ถ้าไม่นำไปลงทุนให้เงินงอกเงย ซึ่งอาจจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าคงเป็นอะไรที่เสียโอกาสมาก ๆ แน่นอนมูลค่าบ้านอาจจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา แต่อย่าลืมว่าบ้านไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องรวดเร็วทันใจขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งคือถ้าขายได้แล้วคุณจะไปนอนที่ไหนล่ะ? ส่วนรถยนต์อย่าว่าแต่กำไรหรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเลย เพราะ ‘รถ’ มันก็มีแต่ ‘ลด’ สมชื่อนั่นแหละ มีแต่ความเสื่อมราคา ดังที่คนกล่าวกันว่า รถยนต์ที่อยู่ในโชว์รูมมีราคาปลีก ขับออกจากโชว์รูมปุ๊บเป็นราคาส่งทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “เป็นหนี้” ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดี เพราะหนี้สินนั้นมีทั้ง หนี้ดีหนี้ไม่ดี แต่จะแยกแยะอย่างไร MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝาก ความแตกต่างของ […]

อ่านเพิ่มเติม

ซื้อบ้านหรือซื้อรถ เลือกอย่างไหนก่อนดีกว่ากัน?

เมื่อเริ่มทำงานสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้ การมีบ้านมีรถเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลาย ๆ คน และเป็นที่รู้กันดีกว่า ของทั้งสองสิ่งนั้นไม่ใช่ราคาบาทสองบาท ที่จะอยากได้เมื่อไหร่ก็สามารถซื้อหามาได้เลยทันที ถ้าเป็นคนที่ทางบ้านมีฐานะมีเงินถุงเงินถังคงไม่ใช่ปัญหาเท่าใดนัก แต่ถ้าต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อที่จะ ซื้อบ้านหรือซื้อรถ คงต้องคิดหนักหน่อย เพราะซื้อของทั้งสองสิ่งพร้อมกันถือเป็นภาระที่ใหญ่มาก อาจจะทำให้สภาพคล่องทางการเงินของคุณพังลงไปเลยก็ได้ แล้วควรจะซื้อบ้านหรือรถก่อนกันดีล่ะ MoneyGuru.co.th มีคำแนะนำมาฝาก ความสามารถในการผ่อนชำระ การกู้หนี้บ้านและรถนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ ‘รายได้ของคุณ’ ว่ามันเพียงพอต่อการชำหระหนี้เหล่านั้นหรือไม่ เพราะภาระผ่อนชำระต่อเดือนสำหรับบ้านหรือรถนั้นค่อนข้างหนักพอสมควร ซึ่งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าคุณมีกำลังสามารถซื้อบ้านหรือรถได้หรือไม่นั้นก็คือ ความสามารถในการผ่อนชำระ สำหรับบ้านต้องไม่เกิน 40% และสำหรับการผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ต้องไม่เกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน แต่ในกรณีที่คุณจะซื้อทั้งสองอย่างพร้อมกัน ภาระการผ่อนชำระสำหรับทั้งสองอย่างรวมกันต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณมีเงินเดือน 30,000 บาท ต้องการจะกู้ซื้อบ้าน ความสามารถในการผ่อนชำระของคุณคือ 30,000 x 40% = 12,000 บาท หากต้องการจะกู้ซื้อรถ ความสามารถในการผ่อนชำระของคุณคือ 30,000 x 30% = 9,000 บาท ในกรณีที่คุณซื้อรถยนต์ก่อนการซื้อบ้าน แล้วต่อเดือนคุณผ่อนรถไป 9,000 […]

อ่านเพิ่มเติม

กดเงินสด ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ดีกว่ากัน?

หากวันหนึ่งคุณมีเหตุต้องใช้เงินก้อนฉุกเฉิน แต่เงินเก็บก็ไม่มี เงินในบัญชีก็ไม่พอ จะขอกู้สินเชื่อก็ไม่ทันเวลา ทางเลือกสุดท้ายก็คือการ กดเงินสด โดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดที่มีอยู่ในกระเป๋า แม้ว่าดอกเบี้ยจะแพงแสนแพง แต่มันจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องยอม ว่าแต่การกดเงินสดโดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดถึงจะดีกว่า คุ้มกว่า และเสียดอกเบี้ยน้อยกว่า MoneyGuru.co.th หาคำตอบมาฝากคุณผู้อ่านกันแล้วค่ะ การใช้บัตรเครดิต กดเงินสด เป็นที่รู้กันอยู่ว่า การรูดซื้อสินค้าและชำระค่าบริการต่าง ๆ คือลักษณะเฉพาะของการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมในการรูดใช้จ่ายแต่อย่างใด (ยกเว้นร้านค้าบางร้านที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในการรูด) ดังนั้น การใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็มนั้น จึงเป็นลักษณะการใช้บัตรเครดิตที่ผิดวิธี และส่งผลให้คุณต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงิน 3% (+VAT) จากยอดเงินที่กดออกมา และที่สำคัญการคิดดอกเบี้ยของการกดเงินสดจากบัตรเครดิตนั้น คิดคำนวณเป็นรายวันและจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันที่คุณได้รับเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเลย ไม่เหมือนกับการรูดใช้จ่าย ที่ยังมีระยะปลอดดอกเบี้ย 45-55 วันนับจากวันสรุปยอด การใช้บัตรกดเงินสด มาถึงการใช้บัตรกดเงินสดในการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มกันบ้าง ซึ่งแน่นอน ชื่อของบัตรก็บ่งบอกลักษณะการใช้ของมันอยู่แล้ว นั่นคือ เป็นสินเชื่อพร้อมใช้สำหรับการกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งจะได้เปรียบกว่าการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดตรงที่ ไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดออกมา แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปและตัดสินใจใช้บัตรกดเงินสดกดเงินออกมาใช้จ่ายเลย เพราะอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้นสูงกว่าบัตรเครดิตมาก นับได้ว่าบัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดในหมู่มวลสินเชื่อเลยทีเดียว แล้วใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ดีกว่ากัน? มาถึงตอนนี้คุณผู้อ่านคงจะลังเล ว่าสรุปจริง ๆ แล้ว […]

อ่านเพิ่มเติม

หนี้ของคู่สมรส คุณต้องชดใช้แทนหรือไม่?

การแต่งงานและจดทะเบียนสมรสนั้น ทำให้คุณและคู่ของคุณได้รับสิทธิทางกฎหมายต่าง ๆ มากกว่าคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน ทั้งเรื่องเกี่ยวกับบุตร มรดก ทรัพย์สินต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่ามันยังส่งผลไม่ถึงภาระหนี้สินด้วย ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หนี้ของคู่สมรส เราต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบชดใช้แทนหรือไม่? MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝากคุณผู้อ่านกันแล้วค่ะ ข้อดีของการจดทะเบียนสมรส การเป็นคู่รักคู่แต่งงานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายนั้น แน่นอนว่ามันมีข้อดีและอภิสิทธิ์อยู่มากมายหลายข้อไม่ว่าจะเป็น 1. ทำให้ชาวต่างชาติได้รับสัญชาติไทยหากต้องการถือสัญชาติไทยตามคู่คนไทยของตน 2. ทำให้คู่สมรสมีสิทธิ์จัดการสินสมรสร่วมกัน (ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส) 3. ทำให้มีสิทธิ์ได้รับเงินจากทางราชการหรือนายจ้างของคู่สมรส อย่างเช่น การรับเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน เป็นต้น 4. สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่สมรส หากพบว่าคู่สมรสนอกใจคบชู้ และที่สำคัญสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากชู้ของคู่สมรสได้อีกด้วย 5. ทำให้บุตรมีฐานะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้เป็นสามี และรับมรดกจากผู้เป็นพ่อได้ (บุตรเป็นสิทธิ์ตามชอบธรรมของแม่อยู่แล้วตามกฎหมาย) 6. ทำให้ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ 7. ทำให้สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีของคู่สมรสแทนคู่สมรสได้ เช่น เรียกค่าเสียหายทดแทนจากผู้ที่ขับรถชนสามี เป็นต้น 8. ทำให้ได้รับมรดกในกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมี 2 ด้านเสมอ มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย และในข้อ 8 นี้เองที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นดาบสองคม เพราะคำว่ามรดกนั้นไม่ได้นับแค่ทรัพย์สินเงินทองแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังนับรวมไปถึง “หนี้สิน” […]

อ่านเพิ่มเติม

กู้เงินไม่ผ่าน เกิดจากสาเหตุใด? ทำไมถึงไม่อนุมัติ?

การที่คุณจะซื้อของชิ้นใหญ่หรือของที่มีราคาสูงมากมาก เช่น บ้านหรือรถยนต์นั้น แน่นอนต้องพึ่งพาการกู้เงินกู้สินเชื่อ เพราะคงเป็นการยากที่คุณจะซื้อด้วยเงินสดก้อนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกการขอกู้จะได้รับการอนุมัติ แล้วทำไมคุณจึง กู้เงินไม่ผ่าน ล่ะ? โดยทั่วไปแล้วธนาคารหรือสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะใช้หลัก 5 Cs ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาชี้แจงให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง 1. คุณสมบัติของผู้ขอกู้สินเชื่อ (Character) คุณสมบัติส่วนตัวของผู้ขอกู้สินเชื่อนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยตัวผู้ขอกู้สินเชื่อจะต้องมีอายุที่อยู่ในเกณฑ์การอนุมัติคือ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากมีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ผู้กู้อาจจะยังไม่เป็นผู้ที่สามารถสร้างรายได้ได้ด้วยตัวเอง อาจจะไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ และต้องมีอายุไม่เกินกว่า 60 ปี หากเกินกว่านี้ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะถือว่าคุณอยู่ในช่วงวัยเกษียณและเป็นผู้ไม่มีรายได้ (แม้ว่าในความเป็นจริงคุณจะทำงานอยู่ก็ตาม) โดยหลักเกณฑ์สากลในการขอกู้สินเชื่อว่าจะผ่านหรือไม่นั้นคือ การนำอายุของผู้กู้มารวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ หากเกินกว่า 60 ปี (หรือสูงสุด 65 ปี) จะถือว่าผู้ขอกู้ไม่ผ่านเกณฑ์การอนุมัติ นอกจากในเรื่องของอายุแล้ว อาชีพหน้าที่การงานของผู้ขอกู้สินเชื่อ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เพราะหากแม้ผู้ขอกู้สินเชื่อจะมีอายุที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถกู้ได้ แต่หากมีอาชีพไม่เป็นหลักเป็นแหล่งหรือมีอาชีพที่ไม่มีรายได้แน่นอน ก็ถือว่าตัวผู้ขอกู้สินเชื่อไม่มีความน่าเชื่อถือและมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้กลายเป็นหนี้เสียได้ 2. ความสามารถในการชำระหนี้ (Capacity) นอกจากอายุของผู้ขอกู้แล้ว ธนาคารหรือสถาบันการเงินยังพิจารณาในส่วนของความสามารถทางการเงิน หรือที่เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ เลยคือ ความสามารถในการจ่ายหนี้ของผู้ขอกู้สินเชื่อด้วย ว่าจะสามารถชำระหนี้ได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ […]

อ่านเพิ่มเติม

ใช้บัตรกดเงินสด อย่างไรไม่ให้เป็นหนี้?

การกู้สินเชื่อในรูปแบบบัตรเอาไว้พกติดตัวนั้น เป็นที่รู้กันดีว่ามีบัตรเครดิตที่เอาไว้ใช้รูดซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ซึ่ง MoneyGuru.co.th ได้แนะนำวิธีการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตมากมายหลายบทความแล้ว วันนี้เราขอแนะนำสินเชื่อรูปแบบบัตรอีกประเภท นั่นคือ บัตรกดเงินสด แล้วการ ใช้บัตรกดเงินสด นั้นใช้อย่างไร? มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง? มีความแตกต่างอย่างไรกับบัตรเครดิต? เราได้รวบรวมคำตอบของทุกคำถามไว้ให้คุณที่นี่แล้ว บัตรกดเงินสดคืออะไร? บัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่ง ที่มาในรูปแบบของบัตรเหมือนกับบัตรเครดิต โดยวิธีการใช้นั้น จะต้องกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น แต่จะไม่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้าหรือซื้อสินค้าออนไลน์ได้เหมือนกับบัตรเครดิต นอกจากนี้ อัตราและการคำนวณดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้น ก็จะแตกต่างจากบัตรเครดิตด้วยซึ่งจะคิดแบบลดต้นลดดอก ตามจำนวนวันที่ใช้จริงหรือเรียกง่าย ๆ ก็คือคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันนั่นเอง บัตรกดเงินสดสามารถใช้เป็นวงเงินสดหมุนเวียนได้ตลอด เมื่อชำระยอดเงินคืนเข้าไปในบัญชีบัตรกดเงินสดก็จะได้วงเงินคืนกลับมา ข้อดีของบัตรกดเงินสด ข้อดีของบัตรกดเงินสดคือ ช่วยให้คุณกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็มได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม (+VAT) ในการกดเงินสด โดยสามารถกดได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับวงเงินที่คุณได้รับอนุมัติ ต่างจากการกดเงินสดด้วยการใช้บัตรเครดิต ที่คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด 3% (+VAT) บัตรกดเงินสดนี้ถือเป็นวงเงินสดฉุกเฉิน ในกรณีที่คุณไม่มีเงินสดและไม่สามารถใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ นอกจากนี้ หากคุณไม่กดเงินสดออกมาจากบัตรกดเงินสด หนี้ของคุณก็จะไม่เกิดและจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีดังเช่นบัตรเครดิต จึงเหมาะสำหรับเอาไว้ใช้เป็นวงเงินในกรณีฉุกเฉิน ข้อเสียของบัตรกดเงินสด บัตรกดเงินสดถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด ในหมู่มวลสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 28% ต่อปี และยังคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันด้วย ดังนั้น แม้ว่าคุณจะกดเงินสดออกมาเพียงแค่วันเดียวและชำระเงินเต็มจำนวน คุณก็จะยังคงต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ดี […]

อ่านเพิ่มเติม

10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับ “เครดิตบูโร”

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “เครดิตบูโร” ทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย แง่ดีคือเป็นองค์ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินต่างๆ ได้ แต่แง่ร้าย คือ การโดน แบล็กลิสต์ จาก เครดิตบูโร ใช่ไหมครับ ซึ่งมีน้อยคนมากที่จะรู้ถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เครดิตบูโร จริงๆ เพื่อให้ผู้สนใจเรื่องการเงิน ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ เครดิตบูโร มากขึ้น และจะได้ไม่เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ MoneyGuru.co.th จะพาไปรู้จักกับ เครดิตบูโร ให้มากขึ้นกันครับ โดยข้อควรรู้มี 10 ข้อดังนี้… เครดิตบูโรคืออะไร? เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไร? ทำไมจึงถูกปฏิเสธขอสินเชื่อ ตรวจสอบข้อมูลได้ไหม ติด BLACKLIST คืออะไร เครดิตบูโรจะลบประวัตลูกหนี้ หากครบ 8 ปี ประวัติเครดิตบูโร…ต้องเช็คทางไหน ทำไมข้อมูลเครดิตของคุณถูกส่งมาให้บริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งที่คุณไม่เคยอนุญาต ทำอย่างไรให้เครดิตดี รายงานข้อมูลเครดิตคืออะไร ไปอ่านรายละเอียดกันครับ… 1. เครดิตบูโรคืออะไร เครดิตบูโร เป็นองค์กรกลางที่ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ และบัตรเครดิตของเราทุกคน ข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากสถาบันการเงินทั้งที่เป็นธนาคาร และทั้งที่ไม่ได้เป็นธนาคาร ที่เป็นสมาชิกขององค์กรกลางนี้ โดยเครดิตบูโรจะเป็นคนเก็บข้อมูลให้สมาชิก หรือบุคคลทั่วไป […]

อ่านเพิ่มเติม

กู้เงิน ทั้งที ต้องรู้อะไรบ้าง?

บ้างครั้ง เราก็ต้อง กู้เงิน เพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ ซึ่งหลายคนก็คงกำลังมีแผนจะกู้อยู่ใช่ไหมล่ะครับ แต่การจะ กู้เงิน หรือขอ สินเชื่อ นี้ต้องทำอะไรบ้างล่ะ? เรามาดูกันเลยครับ! เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ การเตรียมเอกสารเพื่อสินเชื่อนั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ เอกสารประจำตัว เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร เอกสารเกี่ยวกับรายได้ เช่น ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้มีอาชีพอิสระนั้น กรณีเป็นสัญญาจ้าง อาจใช้สำเนาสัญญาว่าจ้างและหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้าง กรณีเป็นแพทย์ ทนายความ ผู้สอบบัญชี วิศวกร สถาปนิก ควรแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วยบัญชีเงินฝาก พร้อมใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตทเมนต์ของบัญชีเงินฝากของตนเอง หรือของกิจการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน การค้ำประกันและหลักประกัน การค้ำประกันและหลักประกัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ให้สินเชื่ออาจใช้ประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าหากผู้ขอสินเชื่อชำระหนี้ไม่ได้ สถาบันการเงินยังมีทางที่จะได้เงินคืน เช่น สามารถยึดหลักประกันมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ หรือให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทน […]

อ่านเพิ่มเติม

ตะลึง! สาวไทยร่วมรายการแปลงโฉม “ศัลยกรรมเกาหลี”

เทรนด์ศัลยกรรมแปลงโฉม หรือ “ศัลยกรรมเกาหลี” คงแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 2 สาวไทย คุณณิชากร คูหาจิต และ คุณนิสานาฎ แตงตาด ได้สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อทั้งคู่ได้เข้าร่วมรายการศัลยกรรม “Let me in 4” ของแดนกิมจิ เกาหลีใต้ เพื่อเปลี่ยนจากหญิงสาวธรรมดาให้กลายเป็นสาวสวยชนิดที่ว่าหนุ่มๆ ต้องเหลียวหลังกันเลยทีเดียว รับรองว่ากลับบ้านไป เพื่อนๆ อาจจะจำกันไม่ได้ เห็นแบบนี้แล้ว หลายๆ คนคงอยากจะศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตแบบนี้บ้าง แต่ต้องขอกระซิบว่าต้องใช้เงินเยอะมากๆ อย่าเพิ่งหยุดฝัน! คุณทำตามความฝันของคุณได้ อย่าให้เรื่องเงินมาขัดจังหวะความสุขของคุณ เพียงคุณเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลกับเราที่ MoneyGuru.co.th เรามีสินเชื่อดอกเบี้ยถูก และเจ๋งจากทุกธนาคารมาฝากคุณ คุณสามารถเลือกและสมัครได้เลยวันนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  ขอบคุณภาพจาก www.kapook.com    

อ่านเพิ่มเติม

3 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงให้ ญาติยืมเงิน

หากพูดถึงเรื่องการยืมเงินนั้น บางทีเราก็ให้ ญาติยืมเงิน เพราะคิดว่าเขาลำบาก เป็นญาติกันก็ช่วยเหลือกันตามปกติ ซึ่งบางทีเราก็ต้องเหมือนทำใจไว้ส่วนหนึ่ง อาจจะไม่ได้เงินก้อนนั้นคืน ดังนั้น อาจมีหลายคนที่ออกมาบอกว่า การให้เงินคนใกล้ชิดยืม ทั้งญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก วันนี้เราขอรวมข้อผิดพลาดเวลาให้เงินคนสนิท ญาติพี่น้องยืม ที่ควรหลีกเลี่ยงมาฝากกัน ให้ยืมมากกว่า 1 ครั้ง สำหรับเรื่องยืมเงินนั้น ขอบอกว่าครั้งเดียวพอ! การที่ญาติคนเดิม มาหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือบ่อยๆ นั่นหมายความว่า ความช่วยเหลือทางการเงินของคุณ ไม่ได้ช่วยให้สถานะทางการเงินของเพื่อนคุณ หรือญาติคุณมั่นคงขึ้นเลย เงินที่ให้ไปนั้น ถูกนำไปใช้อย่างไม่เกิดประโยชน์ และถ้าหากว่าเงินก้อนเดิม หนี้ก้อนแรก ยังไม่คืนอีกละก็ แสดงว่าต้องมีปัญหาด้านการบริหารเงินของญาติคนนี้อย่างแน่นอน และการให้เขายืมอีก นอกจากคุณที่จะเสียเงินอีกแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเสริมให้เขาไม่แก้ปัญหาที่ตรงจุด คือการแก้นิสัยการใช้เงิน และการบริหารเงิน ดังนั้น คุณควรเรียนรู้ที่จะปฏิเสธบ้าง เพื่อนคุณและญาติของคุณเอง ปิดบังคู่สามีภรรยาของคุณ หากคุณรู้สึกว่า อย่างไรเสียก็ต้องช่วยเหลือทางการเงินญาติคนนี้ให้ได้ อย่าลืมบอกภรรยา หรือสามีของคุณด้วย เพราะการไม่ปิดบังกัน คือเรื่องที่สำคัญสำหรับคู่แต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเงินๆ ทองๆ และคนที่มายืมเงินนั้น หากมีคู่สามี หรือภรรยา คนคนนั้นก็ควรรู้เรื่องหนี้ก้อนนี้ด้วยเช่นกัน หากมีฝ่ายใด […]

อ่านเพิ่มเติม

SMEs กับ การอยู่รอด: การตัดสินใจทางการเงินในช่วงเวลามีปัญหา

ในทุกวันนี้ ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง คงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เเค่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รวมไปถึงธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยนั่นเอง ซึ่งในช่วงเวลาที่เรียกว่า เปราะบางเช่นนี้ การตัดสินใจต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการเงินการลงทุนของ SME ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะมันหมายถึง การอยู่รอด ของธุรกิจเลยทีเดียว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเตือนว่า จะมี SMEs ร่วม 100,000 รายจำต้องปิดตัวลงในช่วงที่ประเทศไทยมีความวุ่นวายทางการเมือง นอกจากนี้ หากความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไปอีกจนถึงสิ้นปีนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมคาดว่าร้อยละ 0.5 ของ SMEs จากทั้งหมดในระบบจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านราย จะต้องปิดตัวลงอีกเช่นกัน ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า อีกผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้คือ อำนาจซื้อของประชาชนที่ลดลง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง การลดทุนภาคเอกชนลดลง ซึ่งความเสียหายในขณะนี้ แม้กระทั่งการส่งออก และการท่องเที่ยวก็ไม่สามารถพยุงเศรษฐกิจไทยขึ้นไว้ได้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ความต้องการของตลาดภายในลดลงอย่างมาก อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อ SMEs ซึ่งภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือภาคส่วนบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไป เพราะคนจะเริ่มใช้เงินน้อยลง จากความไม่แน่นอนในสังคมที่เกิดขึ้น […]

อ่านเพิ่มเติม