บทความหมวดหมู่ : driving tips

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และเคล็ดลับการเงินดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

รวมเรื่องเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ที่เราควรรู้!!

นับวันบ้านเราก็มีรถบนท้องถนนมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบรรทุก และสิ่งที่มักจะตามมาหลังจากที่มีรถเพิ่มมากขึ้นก็คืออุบัติเหตุนั่นเอง จะว่าไปก็เหมือนเรื่องตลกที่ว่า รถกับอุบัติเหตุเป็นของคู่กัน เพราะเมื่อมีการใช้รถที่ไหนก็มักจะมีอุบัติเหตุตามมาเสมอๆ ไม่ว่าจะแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งส่วนนี้แหล่ะที่ทำให้มีการทำประกันภัยรถยนต์ขึ้นมา เพื่อที่จะไว้คุ้มครองผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ทำให้พวกเราขับรถกันมั่นใจมากขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้ว่าประกันภัยรถยนต์นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงอยากถือโอกาสมาแนะนำเรื่องเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ที่เราควรรู้มาฝากกัน เพื่อที่จะได้ช่วยทุกๆ คนเข้าใจในประกันภัยรถยนต์มากขึ้น เริ่มกันเลย… รวมเรื่องเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทเราควรรู้!! ประกันภัยรถยนต์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จำง่ายๆ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ คือ ประกันภัย พ.ร.บ. ที่กฎหมายบังคับว่ารถทุกคันต้องทำ เพื่อไว้คุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถที่ได้รับความบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนี้จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยรถยนต์ที่เรา สามารถเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้แล้วแต่ความสมัครใจ หรือนึกง่ายๆ ก็ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ที่มีขายนั่นล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยชั้น 1 2 2+ 3 3+ ทุกประเภทล้วนแล้วแต่เป็น ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ทั้งนั้น ให้เราเลือกเอาตามความพอใจได้เลย […]

อ่านเพิ่มเติม

รถพลิกคว่ำ รถตกถนน ประกันภัยรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองบ้าง?

อุบัติเหตุกับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่คู่กันเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเราจะระวังมากแค่ไหนก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ยิ่งหากต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางไกลๆ ด้วยแล้ว ความเหนื่อยล้าจากการขับรถอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน และในเมื่ออุบัติเหตุกับการขับรถยนต์เป็นของที่คู่กันขนาดนี้ จึงทำให้เกิดการมีประกันภัยรถยนต์ขึ้นมานั่นเอง ยิ่งช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ ในทุกปีก็มักจะมีการรายงานข่าวว่ามีอุบัติเหตุ รถตกถนน รถเสียหลักตกข้างทาง อยู่บ่อยครั้ง MoneyGuru.co.th จึงอยากจะมาแนะนำว่ามีประกันภัยชั้นไหนบ้างที่ให้ความคุ้มครองในกรณีนี้ เพราะว่าเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นผู้ที่ประสบเหตุจะได้มีความคุ้มครองช่วยผ่อนค่าใช้จ่ายจากหนักให้เป็นเบาได้ ส่วนใครที่ขับรถปลอดภัยไม่เกิดเหตุก็สามารถรู้ไว้ได้ครับ เผื่อมีโอกาสจะได้ใช้ความรู้ช่วยเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนครับ รถพลิกคว่ำรถตกถนนรถเสียหลักตกข้างทาง ประกันภัยรถยนต์ชั้นไหนคุ้มครองบ้าง? – ต้องดูจากสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุว่าเป็นอย่างไร รวมถึงต้องดูเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่เราซื้อไว้ประกอบไปด้วยว่ามีการให้ความคุ้มครองในส่วนนี้หรือเปล่า จึงจะสามารถบอกได้ว่าประกันภัยรถยนต์จะให้คุ้มครองหรือไม่ โดยยกตัวอย่างให้เห็นเป็น 2 กรณีง่ายๆ ดังนี้ เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วรถจึงค่อยเสียหลักลงข้างทาง ขับรถหลับในจนทำให้เกิดเหตุ รถตกถนน ซึ่งจากทั้ง 2 สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนี้จะส่งผลให้ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้นต่างๆ ให้ความคุ้มครองแตกต่างกันครับ  แยกเป็นรายละเอียดดังนี้ 1.เกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วรถจึงค่อยเสียหลักลงข้างทาง – โดยเคสนี้มีการเกิดอุบัติเหตุรถชนก่อนการเกิดเหตุ รถเสียหลักตกข้างทาง ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 2พลัส และ 3พลัส นั้นจะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมถึงเราและบุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ครับ (ความคุ้มครองที่ได้รับจะไม่เกินจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่เราซื้อ) เพราะถือว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้มาจากเหตุรถชนรถ ซึ่งจะตรงตามเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ชั้นที่กล่าวมา ส่วนประกันภัยชั้น 2 และ 3 […]

อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ มือใหม่หัดขับรถ ควรรู้ไว้เกี่ยวกับการ “เคลมประกันรถ”

มือใหม่หัดขับรถ กับการที่เกิดอุบัติเหตุรถชน ถือเป็นสิ่งที่แยกจากกันได้ค่อนข้างยาก เพราะขึ้นชื่อว่า มือใหม่หัดขับรถ ก็อาจจะมีพลาดกันได้ เพราะขนาดคนที่ขับมานานๆ ก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ และด้วยเหตุนี้รถยนต์ทุกคันบนท้องถนนก็จะมีการทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อไว้คุ้มครองในตอนเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งประกันภัยรถยนต์นี่แหล่ะที่จะเป็นตัวช่วยให้มือใหม่หัดขับ ขับรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เพราะว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็จะมีความคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ หรือเรียกกันเข้าใจง่ายๆ ว่า เคลมประกันรถยนต์ได้นั่นเอง แต่การเคลมประกันรถยนต์นั่นก็มีขั้นตอนและเงื่อนไขที่มือใหม่หัดขับทั้งหลายต้องทำความเข้าใจให้ดีเพื่อประโยชน์ของตัวเราผู้ขับขี่ครับ และวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มีข้อควรจำง่ายๆ เกี่ยวกับการเคลมประกันรถมาฝากเหล่ามือใหม่หัดขับกัน อยากรู้ว่าจะมีอะไรบ้างก็ตามมาดูกันได้เลย สิ่งที่มือใหม่หัดขับรถ ควรรู้ไว้เกี่ยวกับการ “เคลมประกันรถ” เริ่มต้นด้วยสิ่งที่ควรรู้ว่า การเคลมประกันรถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ 1.เคลมสด คือ การที่เรา (ผู้ทำประกัน) แจ้งให้ทางตัวแทนบริษัทประกัน เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย ณ ที่เกิดอุบัติเหตุ โดยที่ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุยังรออยู่ที่เกิดเหตุ ซึ่งการเคลมแบบนี้ เมื่อตัวแทนบริษัทประกันมาถึงและมีการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตัวแทนก็จะออกเอกสารการนำรถเข้าซ่อมให้กับเรา (ผู้ทำประกัน) เพื่อที่เราจะได้นำเอกสารนี้ไปทำเรื่องเคลมกับทางศูนย์บริการหรืออู่ เพื่อที่จะนำรถไปซ่อมครับ 2.เคลมแห้ง การเคลมแห้งโดยปกติแล้วมักจะเป็นการเคลมโดยที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนกับต้นไม้บริเวณหน้าบ้านแล้วรถเราเกิดมีรอยบุบ มีรอยขูดขีดที่ตัวรถเนื่องจากการเฉี่ยวชน เป็นต้น ซึ่งการเคลมในกรณีนี้ เราจะต้องเช็คในกรมธรรม์ของเราให้ดีว่ามีความคุ้มครองส่วนนี้หรือไม่ หากมีความคุ้มครองเรามีความจำเป็นต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยหรือเปล่า เมื่อเราเช็คจนเข้าใจดีแล้วว่าประกันรถเรามีความคุ้มครองส่วนนี้ […]

อ่านเพิ่มเติม

รถเบรกแตก ต้องทำอย่างไร ให้ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ

“เบรกคุณคิดว่าไม่สำคัญ แต่ถ้ามันแตกนั้นจะทำคุณสั่นไปถึงหัวใจ” เพราะเบรกแตกไม่ใช่เรื่องสนุก ยิ่งถ้าเบรกแตกระหว่างขับรถขึ้นลงเขา อาจจะทำให้คุณเกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงมีวิธีจัดการกับ รถเบรกแตก ขณะที่คุณกำลังขับรถอยู่มาฝากกัน เผื่อเอาไว้ในกรณีที่คุณเจอกับตัว (ซึ่งหวังว่าคุณคงไม่มีโอกาสได้ทดลองทำตามสิ่งที่เรากำลังจะแนะนำนี้) 1. เมื่อ รถเบรกแตก ต้องมีสติ สิ่งที่คุณต้องทำอย่างแรกสุดเมื่อเบรกแตก คือ มีสติ และพยายามชิดซ้ายเข้าไว้เป็นดีที่สุด เมื่อรถเริ่มช้าลงและมีรถกีดขวางอยู่ข้างทางให้บีบแตรและเปิดไฟฉุกเฉิน รถหรือคนที่อยู่บริเวณนั้นจะได้ทราบว่ารถของคุณกำลังประสบปัญหาฉุกเฉินอยู่ และหลีกเลี่ยง หรือหลบหลีกให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด 2. ปล่อยคันเร่ง ลดความเร็วด้วยการปล่อยคันเร่ง จากนั้นใช้แรงเสียดทานของเครื่องยนต์ให้เป็นประโยชน์ด้วย Engine Brake เครื่องยนต์จะเกิดการหน่วงช่วยให้ลดความเร็วอย่างกะทันหันลงได้ ซึ่งสำหรับเกียร์ธรรมดา ทำได้โดยการเหยียบคลัทช์แล้วลดตำแหน่งเกียร์ลง ส่วนในระบบเกียร์อัตโนมัติให้ใช้วิธีกดปุ่ม Overdrive on หรือสับตำแหน่งเกียร์ จาก D มาเป็น 3 โดยห้ามเปลี่ยนมาเป็น L โดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ 3. เบรกมือ เบรกมือช่วยคุณได้ด้วยการค่อย ๆ ยกเบรกมือขึ้นจนสุด ขอย้ำว่าค่อย ๆ ยกขึ้นทีละนิด เพื่อช่วยลดความเร็วที่ล้อหลัง แต่สิ่งที่ทุกคนต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยคือ ห้ามดึงแรง […]

อ่านเพิ่มเติม

รถดับกลางน้ำท่วม เอาตัวรอดอย่างไรดี

ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่องไม่เว้นวัน ทำให้ถนนหลายสายเกิดน้ำขังรอการระบาย และก็ทำให้คุณต้องจำใจขับรถลุยน้ำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งพอขับไปได้ซักพัก รถดันมาดับเสียอย่างนั้น จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี่ MoneyGuru.co.th จึงมีวิธีเอาตัวรอดเมื่อ รถดับกลางน้ำท่วม มาฝากกัน รถดับกลางน้ำท่วม เกิดจากสาเหตุใด? 1 สาเหตุแรกสุดคือน้ำเข้าไปสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ ผ่านทางใส้กรองอากาศหรือข้อต่องวงช้างใส้กรองอากาศ ทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการช็อคเพราะความร้อนจัดเจอกับความเย็นของน้ำนั่นเอง 2 ระบบไฟฟ้าในรถยนต์เปียกน้ำและเกิดอาการช็อต ซึ่งอาจจะลามไปถึงกล่องควบคุมเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ (ECU) ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะถูกน้ำท่วม 3 น้ำเข้าไปผสมในน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้น้ำมันหล่อลื่นกลายสภาพไปเป็นเหมือนโคลนที่มีความหนืด และก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์อย่างมาก 4 น้ำเข้าท่อไอดีของเครื่องยนต์ เป็นเหตุให้หัวฉีดเชื้อเพลิงเกิดความเสียหาย ทำให้เครื่องยนต์ดับลงไปในที่สุด วิธีเอาตัวรอดเมื่อตกอยู่ในสถาณการณ์นี้ 1 หลังจากที่รถยนต์ดับกลางน้ำท่วม ให้รีบเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน และที่สำคัญ ห้ามสตาร์ทรถยนต์เด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้น้ำเข้าไปท่วมเครื่องยนต์ จนเกิดความเสียหายที่มากยิ่งขึ้นได้ 2 รีบนำรถออกจากถนนอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางการจราจร และเพื่อไม่ให้น้ำสร้างความเสียหายให้แก่รถยนต์มากไปกว่านี้ ด้วยการลากหรือจูง หรือหากไม่สามารถนำรถยนต์ออกจากบริเวณนั้นได้ ให้ทำการยกรถให้สูงขึ้นกว่าระดับน้ำท่วมด้วยการใช้แม่แรง พร้อมนำอิฐหรือหินไปค้ำยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อเอาไว้ 3 เมื่อรถยนต์อยู่บนพื้นแห้งแล้ว หรือพ้นจากระดับน้ำแล้ว ให้รีบเปิดฝากระโปรงรถและถอดขั่วแบตเตอรี่ออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเข้าไปเลี้ยงระบบต่าง ๆ […]

อ่านเพิ่มเติม

เกียร์ออโต ใช้อย่างไรยืดอายุการใช้งาน

รถยนต์ในปัจจุบันจะมอบความสะดวกสบายมากยิ่งขี้น ตามเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำที่ได้รับการพัฒนามาเรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งก็คือระบบเกียร์อัตโนมัติ หรือที่คนมักจะเรียกว่า เกียร์ออโต ที่ช่วยให้ขณะขับรถ ไม่ต้องเมื่อยมือเมื่อยเท้าในการเปลี่ยนเกียร์เหยียบคลัตช์ และด้วยความที่ระบบเกียร์อัตโนมัตินี้ทำงานด้วยตัวมันเอง หากมีปัญหาอะไรในบางครั้งผู้ขับขี่ก็ไม่อาจรู้ได้ ต่างจากเกียร์ธรรมดาที่มีคนขับเป็นผู้ควบคุม ทำให้เมื่อมีสิ่งปกติเกิดขึ้นกับระบบเกียร์ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ได้ง่ายกว่า MoneyGuru.co.th จึงขอนำเสนอวิธีใช้เกียร์อัตโนมัติ ให้ถนอมเกียร์และช่วยยืดอายุการใช้งานมาฝากกัน 1. เบรกก่อนเปลี่ยนเกียร์ การเบรกทุกครั้งก่อนเปลี่ยนเกียร์ เป็นการขับรถเกียร์อัตโนมัติที่ช่วยถนอมเกียร์ทางหนึ่ง เพราะการเหยียบเบรกนั้นช่วยให้ระบบส่งกำลังไม่เกิดการกระชาก ทำให้ระบบเกียร์ทำงานอย่างลื่นไหล นอกจากนี้ หากต้องการเปลี่ยนจากเกียร์เดินหน้าเป็นถอยหลัง ควรเหยียบเบรกและรอให้รถหยุดสนิทจริง ๆ เสียก่อน จึงค่อยทำการเปลี่ยนไปเป็นเกียร์ R 2. ลดการคิกดาวน์ แม้ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์เอง แต่การคิกดาวน์บ่อย ๆ (การเร่งเครื่องอย่างกระทันหัน) ที่ระบบเกียร์จะการลดตำแหน่งเกียร์ลงเพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ตามคันเร่ง แม้จะไม่ได้ก่อให้เกิดการสึกหรอโดยตรง แต่หากคุณทำบ่อย ๆ และทำให้เกียร์มีรอบขับเคลื่อนสูงอยู่ตลอดเวลา จะทำให้มีความร้อนสะสมในน้ำมันเกียร์ซึ่งทำให้มันเสื่อมสภาพเร็ว และน้ำมันที่เสื่อมสภาพ ก็ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกียร์เกิดการสึกหรอนั่นเอง 3. รถติดนาน ๆ เปลี่ยนไปใช้เกียร์ N ถนนในกรุงเทพนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่รถติดติดอันดับต้น ๆ ของโลก หากคุณติดไฟแดงไม่นานนัก เพียง 1 หรือ 2 นาที […]

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถไม่ให้ปวดเมื่อย ต้องเตรียมร่างกายอย่างไรให้พร้อม

สำหรับผู้ที่ขับรถ จะรู้ดีกว่าการขับรถเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ผู้ขับขี่เกิดอาการปวดเมื่อยเป็นอย่างมาก ทั้งคอ บ่า หลัง สะโพก และลามไปถึงเข่าได้เลย ซึ่งหากขับรถนาน ๆ บ่อย ๆ อาจจะส่งผลเสียสะสมต่อร่างกาย และทำให้เกิดอาการร้ายแรงได้เลยทีเดียว MoneyGuru.co.th จึงมีการ ขับรถไม่ให้ปวดเมื่อย และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางและระหว่างเดินทางไกล มาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้ วิธีเตรียมร่างกายก่อนขับรถ ก่อนการเดินทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอเต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง งดการดื่มเหล้าดื่มสุรา หากรู้ตัวว่าต้องรับประทานยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึม เช่น ยาแก้ปวดต่าง ๆ อาทิ ยาแก้ปวดทรามาดอล (Tramadol) ยาแก้ปวดอะมิทริปทัยลีน (Amitriptyline) และยาแก้ปวดกาบาเพนติน (Gabapentin) เพราะมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เพื่อบรรเทาอาการปวดนั่นเอง นอกจากยาในกลุ่มแก้ปวดแล้ว ยังมียาในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อ อาทิ ยาโทลเพอริโซน (Tolperisone) และยาอาเฟเนดรีน (Orphenadrine) เพราะเป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและลดการปวดตึงของร่างกาย ไม่เพียงกลุ่มยาที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้น ยังมียาชนิดอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมได้ เช่น ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาแก้คัน […]

อ่านเพิ่มเติม

โดนปาหินใส่รถ ต้องทำอย่างไร? เคลมประกันได้หรือไม่?

จากการระบาดของแก๊งปาหินที่ออกมาก่อกวนสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ดังที่เห็นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้มีผู้คนจำนวนมากกลัว เพราะการปาหินใส่รถ นั้นสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เลยทีเดียว แล้วถ้าหากมันเกิดขึ้นกับคุณ จะต้องทำอย่างไรให้ปลอดภัย พ้นจากอุบัติเหตุ และจะสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้หรือไม่? MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝาก จะหลีกเลี่ยงแก๊งปาหินอย่างไร ? โดยปกติแก๊งปาหินจะออกก่อกวนในเวลากลางคืน บนถนนที่เปลี่ยว ดังนั้น ช่วงเวลาในการเดินทางที่ดีที่สุดคือช่วงกลางวัน แม้การเดินทางในช่วงเวลากลางคืนจะเย็นสบาย รถไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย แต่หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงดีกว่าเพื่อความปลอดภัย หากจำเป็นต้องเดินทางในเวลากลางคืนจริง ๆ ควรเลือกเส้นทางหลัก หรือเส้นทางที่ไม่เปลี่ยวมากนักมีผู้ร่วมสัญจรบนท้องถนนเยอะ ๆ หลีกเลี่ยงเส้นทางลัดต่าง ๆ ซึ่งจะมีผู้คนใช้น้อย แต่หากจำเป็นจะต้องเดินทางในเวลากลางคืนบนถนนสายเปลี่ยวจริง ๆ ควรเปิดไฟสูง (เมื่อมีโอกาส) จะได้มองเห็นรถที่วิ่งสวนมาและคอยระวังได้ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ของแก๊งปาหินเหล่านี้มักจะปิดไฟหน้านั่นเอง ซึ่งการเปิดไฟสูงนอกจากจะช่วยให้คุณมองเห็นแล้ว ยังช่วยลดวิสัยทัศน์การมองเห็นของคนร้ายได้อีกด้วย นอกจากนี้ ควรระวังเส้นทางโค้งต่าง ๆ เพราะแก๊งปาหินมักจะแอบซุ่มอยู่ตามทางโค้ง โดยเมื่อคุณพบเห็นจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับสวนมาโดยไม่เปิดไฟหน้า ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นคนร้าย และพยายามเปลี่ยนเลนให้ออกห่างจากรถจักรยานยนต์นั้นให้มากที่สุด แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนเลนได้ เนื่องจากมีรถตามหลังมา หรือเป็นถนนเลนคู่สวนกัน ให้ลดความเร็วลง ยิ่งรถวิ่งช้าเท่าไหร่ ความเสียหายที่เกิดจากการปาหินก็จะน้อยลงไปเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือ ฟิล์มติดกระจกหน้ารถยนต์แบบใส ที่นอกจากจะช่วยกันความร้อนแล้ว ยังช่วยดูดซับแรงกระแทกจากก้อนหินที่มากระทบ รวมไปถึงช่วยยึดกระจกเอาไว้ […]

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถเดินทางไกล ปลอดภัยสบายหายห่วง ช่วงวันหยุด 4 วัน

ช่วงวันหยุดยาว 4 วันสุดสัปดาห์นี้ คุณผู้อ่านอาจจะกำลังวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด ซึ่งการ ขับรถเดินทางไกล อย่างปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาวนั้น ไม่เพียงแต่คุณต้องเตรียมรถยนต์ให้มีความพร้อมใช้งานในการทำงานหนักเพียงเท่านั้นนะคะ แต่คุณยังต้องเตรียมตัวคุณให้พร้อมกับการเดินทางไกล ๆ ด้วยเช่นกัน MoneyGuru.co.th จึงขอแนะนำวิธี ขับรถเดินทางไกล แบบปลอดภัยสบายใจต้อนรับวันหยุดยาว 4 วันให้แก่คุณผู้อ่านกันค่ะ ระวังรถจักรยานยนต์และจักรยาน รถจักรยานยนต์และจักรยาน คือยานพาหนะที่พบเห็นบ่อยตามเส้นทางไปต่างจังหวัด ซึ่งคุณควรให้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะบางครั้งทิศทางการเคลื่อนที่ของรถจักรยานยนต์และจักรยานนั้น อาจอยู่เหนือความคาดหมายของคุณ แล้วอาจจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ ดังนั้น คุณควรลดความเร็วลงเมื่อเข้าสู่ย่านชุมชน หรือที่ที่มีรถจักรยานยนต์และจักรยานสันจรไปมา เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้ใช้ถนนท่านอื่น ๆ ค่ะ ตั้งสติให้มั่น หากยางแตกยางระเบิด ถึงแม้คุณจะตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มที่ก่อนออกเดินทางแล้ว แต่เหตุสุดวิสัยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยิ่งโดยเฉพาะเรื่องยาง ทั้งยางแตกยางระเบิด ถือเป็นสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ และถ้าหากเกิดขึ้นคุณไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรพยายามตั้งสติให้มั่น เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อที่รถหรือผู้คนที่อยู่บริเวณเส้นทางเดินรถของคุณ จะได้รับรู้ได้ว่ารถของคุณกำลังมีปัญหา และระมัดระวังหรือหลบหลีกจะได้ไม่ถูกลูกหลง จากนั้นพยายามควบคุมให้รถอยู่ในช่องจราจร และลดความเร็วด้วยการยกเท้าออกจากคันเร่ง แล้วค่อย ๆ แตะเบรกพร้อมกับประคองรถเข้าจอดข้างทาง บทความน่าอ่าน: 4 วิธีจัดการกับเบรกแตก ขณะกำลังขับรถ ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ในช่วงกลางคืน ผู้ขับขี่รถบางคนชื่นชอบการขับรถในช่วงกลางคืนมากกว่า เนื่องจากรถน้อยกว่าและอากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนช่วงเวลากลางวัน แต่ความเสี่ยงก็มีมากกว่าเช่นกันนะคะ เนื่องจากทัศนวิสัยบนท้องถนนยามค่ำคืนนั้นน้อยกว่า ขณะเดียวกัน บนถนนบางเส้นทางอาจไม่มีไฟส่องสว่างด้วย […]

อ่านเพิ่มเติม

วิธีขับรถประหยัดน้ำมัน ลดพลังงาน เพิ่มเงินในกระเป๋า

ทุกวันนี้เป็นยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ในขณะที่ฐานเงินเดือนไม่ได้ขยับขึ้นตามค่าครองชีพเลย นั่นทำให้เศรษฐกิจซบเซาเพราะคนใช้จ่ายน้อยลง ประหยัดอะไรได้ก็ต้องประหยัด รวมถึงน้ำมันด้วย เพราะราคาต่อลิตรก็ไม่ใช่ถูก ๆ MoneyGuru.co.th จึงมี วิธีขับรถประหยัดน้ำมัน มาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้ 1. วิธีขับรถประหยัดน้ำมัน ต้องเริ่มที่ความเร็ว เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งใช้พลังงานน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การขับรถในความเร็วที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงในเรื่องการประหยัดน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าใช้ได้ผลจริง เรื่องความเร็วคงจะไม่มีผลมากนักหากคุณขับรถในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด แต่ถ้าหากขับรถทางไกลควรจำกัดความเร็วไม่ให้เกิน 90 กม./ชั่วโมง เพื่อประหยัดน้ำมัน ประหยัดเงินในกระเป๋านะคะ 2. ตรวจเช็กลมยางเป็นประจำ การขับขี่รถยนต์ด้วยยางรถยนต์ที่มีลมยางอ่อนเกินไป ยิ่งเดินทางไกลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลืองน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ควรหมั่นตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การเติมลมยางมากเกินไป อาจจะไม่ส่งผลเรื่องการใช้พลังงานมากนัก แต่อาจจะส่งผลเรื่องความปลอดภัยได้ เพราะยางอาจจะเกิดระเบิดขึ้นระหว่างเดินทางได้นั่นเอง นอกจากนี้ ควรมองหาร่องรอยของการขูด รูรั่ว รอยบาด รอยแตกในยาง รวมถึงตรวจสอบวันที่ผลิตของยางด้วย หากพบว่ายางของคุณมีอายุเกินกว่า 6 ปี คุณจำเป็นจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ก่อนที่จะใช้งานยางในระยะไกล 3. หลีกเลี่ยงการกระฉากเครื่อง การเร่งเครื่องจนมิดนั้น จะทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานมากขึ้นในการเร่งเครื่อง เช่น ขณะขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา คุณเร่งเครื่องเพราะขี้เกียจเปลี่ยนเกียร์ ลากเกียร์เอาไว้อีกสักหน่อย ทำให้มีความสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง […]

อ่านเพิ่มเติม

กล้องรถยนต์ เลือกอย่างไรให้โดนใจและได้คุณภาพ

การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนนั้นอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมี กล้องรถยนต์ ไว้บันทึกภาพทุกการเดินทางของคุณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าคุณจะหา กล้องรถยนต์ ที่มีคุณภาพ ใช้งานได้จริงแบบไม่มีปัญหา ก็คงต้องเลือกกันมากหน่อย แล้วจะต้องเลือกแบบไหน มีวิธีการเลือกอย่างไรบ้าง MoneyGuru.co.th มีเคล็ดลับมาฝาก ความละเอียดในการบันทึก คุณภาพของวิดีโอที่บันทึกเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ จะนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตรงความละเอียดในการบันทึกนี่แหละค่ะ ปัจจุบันความละเอียดของกล้องติดรถยนต์ควรต้องอยู่ที่ระดับ FULL HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) เพราะที่ความละเอียดระดับนี้คุณสามารถที่จะนำภาพวิดีโอที่ได้ไปใช้งานจริงโดยไม่มีปัญหาแน่นอน แต่การจะได้มาซึ่งความละเอียดระดับ FULL HD แท้ ๆ หรือไม่นั้น มีองค์ประกอบหลักนั่นก็คือ เลนส์และชิปประมวลผลที่ต้องทำงานควบคู่กัน เพียงสเปกที่ระบุไว้ว่ารองรับได้ถึง FULL HD เวลาใช้งานจริงอาจจะทำได้เพียง 480p ก็อาจจะเป็นได้ค่ะ FPS สูง ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริง ลื่นไหล FPS ย่อมาจาก Frame Per Second แปลเป็นไทยว่า อัตราเฟรมภาพต่อวินาที เป็นหน่วยวัดการบันทึกภาพนิ่งของภาพเคลื่อนไหวในกล้องวิดีโอต่อ 1 วินาที เช่น 25 […]

อ่านเพิ่มเติม

นอนหลับในรถ อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ตายเหมือนนานะ

คุณอาจจะเจอข่าวบ่อย ๆ ว่ามีคนนอนในรถยนต์แล้วเสียชีวิต เหมือนสาเหตุการตายของนานะ นางเอกในซีรีย์ดัง อย่าง I Hate You, I Love You ทำให้หลายคนกลัวการนอนหลับในรถไปเลย ดังนั้น MoneyGuru.co.th จึงอยากจะให้คุณผู้อ่านนั้นปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการนำเทคนิคนอนหลับในรถอย่างไรให้ปลอดภัยมาฝากค่ะ ทำไมคนเสียชีวิตขณะ นอนหลับในรถ? นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ประเทศไทยพบปัญหาประชาชนเสียชีวิตขณะนอนหลับในรถยนต์ที่ติดเครื่องยนต์และเปิดแอร์ทุกปี ปีละประมาณ 1 – 2 ราย ซึ่ง นพ.ประภาส กล่าวว่า การจอดรถติดเครื่องยนต์เปิดแอร์นอนในรถ และปิดกระจกมิดชิดเป็นเรื่องที่มีอันตรายมาก เพราะเท่ากับเป็นการนอนดมก๊าซพิษในรถ โดยก๊าซพิษที่ทำให้เสียชีวิต ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น อยู่ในไอเสียของรถยนต์ที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมัน ก๊าซสามารถไหลเวียนเข้ามาภายในตัวรถได้ทางระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะมีการดูดอากาศจากภายนอกและดูดเอาควันจากท่อไอเสียรถยนต์เข้ามาหมุนเวียนภายในรถด้วย ผู้ที่นอนภายในรถจึงสูดก๊าซพิษชนิดนี้เข้าไปสะสมในร่างกายโดยไม่รู้ตัว        เมื่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าสู่ร่างกาย ก็จะเข้าไปรวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงกว่าก๊าซออกซิเจนถึง 200 – 250 เท่าตัว ส่งผลให้ความสามารถของเม็ดเลือดแดงในการนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง […]

อ่านเพิ่มเติม

5 วิธี ป้องกันอุบัติเหตุ รู้ก่อนแก้ไขทัน

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ และมันก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากคุณจะต้องขับรถเกือบทุกวัน และต้องกังวลว่าวันไหนคุณจะเจออุบัติเหตุแบบในข่าวบ้าง ดีไม่ดีคุณอาจจะเป็นหนึ่งในข่าวอุบัติเหตุนั้นก็ได้ค่ะ แม้ว่าคุณจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการขับรถ แต่ก็ดูใครหลายคนจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้สักเท่าไร ดังนั้น วันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาบอกคุณ ถึงวิธีในการ ป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นค่ะ  ตรวจสอบรถของคุณก่อนที่คุณจะขับรถ เมื่อคุณเรียนเรื่องการขับรถ สิ่งแรกที่ทุกคนหรืออาจารย์ผู้สอนจะบอกคุณก็คือ การตรวจสอบรถยนต์ก่อนที่จะขับรถออกไปค่ะ หลายคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องตลกที่จะต้องมาคอยตรวจสอบรถยนต์ตลอดเวลาที่จะขับรถ แต่เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง คุณต้องหมั่นตรวจเช็ครถทุกครั้ง ว่ารถของคุณมีการรั่วไหลใด ๆ หรือไม่ และการทำงานของโคมไฟท้าย ไฟหน้า และไฟจอดรถนั้นยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า นอกจากนี้ ควรตรวจสอบมุมมองด้านหลังและหน้าต่าง สำหรับการมองเห็นที่ชัดเจน พร้อมกับที่ปัดน้ำฝนว่าทำงานดีหรือไม่ และคุณควรจำเอาไว้ว่ามันยังเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะมีหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานภาครัฐ ที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือคุณในกรณีที่คุณต้องการด้วยค่ะ ข้บด้วยความระมัดระวัง ป้องกันอุบัติเหตุ คุณอาจจะเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ชอบขับรถให้มันไปถึงจุดหมายปลายทางเร็ว ๆ นะคะ แต่มันจะไม่เป็นปัญหาตราบใดที่คุณยังมีความปลอดภัยอยู่ อย่างไรก็ดี การขับรถช้า ๆ จะทำให้คุณห่างไกลจากการเกิดอุบัติเหตุ  และมันยังจะช่วยให้คุณมีเวลาพอที่จะมีสติ ในกรณีเมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย นอกจากนี้ คุณจะยังมีทักษะในการควบคุมรถของคุณมากขึ้นหากคุณขับรถช้า เพราะคุณจะสามารถเห็นอะไร ๆ บนถนนได้ดีกว่าเวลาที่ขับรถเร็ว อีกทั้งความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุก็จะน้อยลงด้วยค่ะ หากจะเปรียบเทียบกับผู้ที่ขับรถเร็ว ให้มือทั้งสองอยู่บนพวงมาลัย เรารู้ว่ามันอาจจะเป็นเทคนิคเก่าเกินไปสำหรับคุณ แต่ทั้งสองมือของคุณควรจะอยู่บนพวงมาลัยเวลาขับรถนะคะ […]

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถฝ่าน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย รถไม่พัง

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเอาจริง ๆ จะว่าอากาศดีมันก็ดีแหละ แต่มันคงไม่ค่อยดีต่อคนมีรถยนต์สักเท่าไรหรอก เพราะหากต้อง ขับรถฝ่าน้ำท่วม บ่อย ๆ รถยนต์ของคุณคงเป็นอันต้องพังง่ายแน่ ๆ เลย ครั้นจะให้หยุดใช้รถไปเลยก็ลำบากอีก วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงมีวิธี ขับรถฝ่าน้ำท่วม แบบไม่ให้รถพังมาฝากกันค่ะ ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะที่คุณขับรถลุยน้ำลึก แล้วจู่ ๆ รถเกิดดับขึ้นมา ก็ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ เพราะสาเหตุที่รถดับขณะขับรถลุยน้ำท่วม ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์ขณะขับรถค่ะ เพราะว่าเมื่อคุณเปิดแอร์ พัดลมของเครื่องยนต์จะทำงาน ใบพัดก็จะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง เครื่องก็เลยดับเอาง่าย ๆ เลย นอกจากนี้ การที่เปิดแอร์ขณะขับรถยนต์ลุยน้ำท่วมแล้วทำให้ใบพัดหมุนนั้น ก็สามารถทำให้เศษขยะหรือพวกกิ่งไม้ใบไม้ ลอยมาติดในห้องเครื่องแล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหักก็เป็นได้ ซึ่งถ้าใบพัดหักแน่นอนว่าคุณต้องขับรถต่อไปไม่ได้แน่ ๆ เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหาค่ะ ควรใช้เกียร์ต่ำ หากคุณขับรถเกียร์ธรรมดาลุยน้ำ คุณก็ควรใช้เกียร์ 2 ค่ะ หรือถ้าเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้ก็ควรขับด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดหรือเร่งความเร็วรถยนต์ในขณะที่ขับลุยน้ำท่วมค่ะ ไม่ควรเร่งเครื่อง หากคุณกำลังขับรถในขณะที่น้ำท่วม คุณไม่ควรที่จะเร่งเครื่องแรง ๆ นะคะ ซึ่งสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ชอบเร่งเครื่องแรง ๆ […]

อ่านเพิ่มเติม

6 วิธี บิ๊กไบค์เจอช้าง แล้วควรทำอย่างไร

ในช่วงฤดูหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ บรรดาสิงห์บิ๊กไบค์คงจะมีแผนขับรถไปเที่ยวตามป่าหรือภูเขากันใช่ไหมครับ แต่ป่าเขาก็ใช่ว่าจะมีแต่คนที่อยู่ที่นั่น ยังมีสัตว์ป่าอีกมากมายหลายชนิดที่อยู่อาศัยในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว และสิ่งที่คนพบเจอกันบ่อย ๆ ในช่วงนี้ก็คือ บิ๊กไบค์เจอช้าง นั่นเองครับ โดยเฉพาะตามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่มักจะมีคนพบเห็นบนถนนเป็นประจำ ดังนั้น MoneyGuru.co.th จึงมีข้อควรปฏิบัติเวลาที่สิงห์ บิ๊กไบค์เจอช้าง ป่าตัวใหญ่กันครับ 1. ขับรถของท่านอย่างเบาเสียง ช้างป่ามักจะหงุดหงิดเวลาที่เจอเสียงดังรบกวน และผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ก็มักจะไปแต่งท่อรถให้มีเสียงดังมากกว่าปกติ ทำให้เสียงไปทำให้ช้างหงุดหงิดได้ เวลาที่ต้องขับผ่านช้างที่ยืนหากินอยู่ข้างทาง พยายามขับที่รอบเครื่องต่ำ เพราะจะทำให้เสียงเครื่องยนต์เบากว่าการขับที่รอบสูง และพยายามรักษาระดับรอบเครื่องและความเร็วให้สม่ำเสมอ ไม่ให้ช้างรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่หาก บิ๊กไบค์เจอช้าง ต้องดูอารมณ์ของช้างด้วยนะครับ ว่าตอนที่จะขับผ่านนั้นอารมณ์ดีหรือไม่ หากช้างยืนหากินและแกว่งหาง แสดงว่า ช้างอารมณ์ดี ขับผ่านได้ แต่ถ้าช้างอารมณ์ไม่ดี หูจะตั้งกาง และไม่แกว่งหาง งวงจะแข็งนิ่ง กรณีนี้ ไม่ควรขับผ่านไปใกล้ ๆ ควรรักษาระยะห่างเอาไว้รอจนกว่าช้างจะกลับเข้าป่าไปครับ 2. ห้ามใช้แตรหรือไฟสูงหรือไฟกระพริบ การใช้แตร ไฟสูง หรือไฟกระพริบของรถบิ๊กไบค์ จะทำให้ช้างรู้สึกผิดปกติ และรู้สึกไม่ปลอดภัย เช่น การใช้แตร จะเป็นการรบกวนช้าง ทำให้ช้างหงุดหงิด และพุ่งเข้ามาทำร้ายได้ ส่วนไฟกระพริบหรือไฟสูง […]

อ่านเพิ่มเติม

7 วิธี ขับรถ ขึ้นเขา-ลงเขา อย่างเซียน!

  ในช่วงฤดูหนาว ผู้คนก็มักจะไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ เพื่อสัมผัสอากาศเย็นและชมวิวทิวทัศน์ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามส่วนใหญ่จะอยู่บนดอยสูง ที่ต้องขับรถขึ้นไปบนเขาที่มีความชันมาก ถ้าหากไม่มีความชำนาญในการขับรถ ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ครับ วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงมีเคล็ดลับในการ ขับรถ ขึ้นเขา-ลงเขา มาฝากกันครับ 1. ขาขึ้นควรใช้เกียร์ต่ำ ทางขึ้นเขาจะมีความชันมาก รถจึงต้องการแรงมากกว่าการขับรถบนถนนปกติทั่วไป และเกียร์ที่สามารถใช้ในการขับรถขึ้นทางชันได้ ก็มีเพียงแค่เกียร์ 1 และ 2 เท่านั้น (เกียร์ 1 และ 2 มีแรงมากกว่าเกียร์อื่น ๆ ) และหากรู้สึกว่ารถเริ่มไม่มีแรง ก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาอีก เช่น ขับมาเกียร์ 2 แล้วรถเริ่มอืด ๆ ให้ลดเกียร์มาเป็นเกียร์ 1 แทน จะทำให้รถมีแรงมากขึ้นครับ ส่วนรถเกียร์ออโต้ ให้เปลี่ยนเกียร์ไปตำแหน่ง “L” ครับ 2. ขาลงให้ใช้เกียร์ต่ำเช่นกัน สำหรับการขับรถขาลงเขา ก็ควรใช้เกียร์ต่ำเหมือนกับขาขึ้นเขานะครับ แต่ขาลง รถไม่ต้องการแรงมากเท่าไหร่ แค่ต้องการแรงฉุดเพื่อให้รถวิ่งช้าลง ซึ่งการใช้เกียร์ต่ำวิ่งลงทางชันนั้น จะทำให้เครื่องยนต์มีแรงฉุดมาก […]

อ่านเพิ่มเติม