บทความหมวดหมู่ : driving tips

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และเคล็ดลับการเงินดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

เส้นทางลัดที่รถไม่ติด สำหรับเดินทางกลับบ้านวันหยุดยาวปี 63

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางกลับบ้านในวันหยุดยาววันนี้เราจึงรวบรวม  เส้นทางลัดที่รถไม่ติด สำหรับเดินทางกลับบ้านวันหยุดยาวปี 63 มาฝากท่านผู้อ่านเพื่อที่จะได้เลี่ยงเส้นทางนั้น เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลย หรือท่านใดจะสอบถามรายละเอียดเส้นทางโดยตรง โทร. 1586 ( ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง )   เส้นทางลัดที่รถไม่ติด สำหรับเดินทางกลับบ้านวันหยุดยาวปี 63 สำหรับในช่วงที่เป็นเวลาวันหยุดหลายๆวันนั้นหลายๆท่านจึงมีแพลนที่จะเดินทางกลับภูมิลําเนากันอาจะเพราะได้หยุดต่อเนื่องหลายวัน ดังนั้นวันนี้เราจึงขอมานำเสนอ เส้นทางเลี่ยงหากไม่อยากติดอยู่ในถนนนานๆ พร้อมกับแนะนำเส้นทางลัดเพื่อช่วยท่านผู้อ่านประหยัดเวลา ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาไปดูกันเลย…   เส้นทางลัดและเส้นทางเลี่ยง กรุงเทพ-ภาคเหนือ   ถนนเส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) ควรเลี่ยงไปใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ เข้าถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้าย เข้าสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางสู่ ภาคเหนือ จะดีที่สุด ถนนเเส้นทางที่ 2 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (สาย 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) […]

อ่านเพิ่มเติม

อัพเดทค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 4 สายใหม่  รับสงกรานต์

อัพเดท…!! ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 4 สายใหม่รับสงกรานต์ เส้นทางไหนมีการเก็บค่าแรกเข้าและค่าผ่านทางสูงสุดตลอดเส้นทางแต่ละประเภทรถเก็บราคาเท่าไรไปดูกัน   ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 4 สายใหม่ รับสงกรานต์ รุปภาพจาก ฐานเศรษฐกิจ   ค่าผ่านทางบางปะอินโคราช 196 กม. รถยนต์ 4 ล้อ ค่าผ่านทางสูงสุดตลอดเส้นทาง 240 บาท มีค่าแรกเข้า 10 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 1.25 บาทต่อกม. รถยนต์ 6 ล้อ ค่าผ่านทางสูงสุดตลอดเส้นทาง 380 บาท มีค่าแรกเข้า 16 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2 บาทต่อกม. รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ ค่าผ่านทางสูงสุดตลอดเส้นทาง 550  มีค่าแรกเข้า 23 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2.88 บาทต่อกม.   ค่าผ่านทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา 124กม. มีรายละเอียดดังนี้ รถยนต์ 4 […]

อ่านเพิ่มเติม

หนาวนี้ขับรถยังไงให้ปลอดภัย

นานๆทีประเทศไทยเราจะมีอากาศหนาว เพราะฉะนั้นหนาวนี้หลายๆคนก็อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวกันใช่ไหมละครับ พอหน้าหนาวการเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือก็ค่อนข้างจะลำบาก ไหนจะมีหมอกในบางพื้นที่ตอนเช้า ไหนจะทางที่ใช้โดยสารค่อนข้างคดเคี้ยวและเป็นทางขึ้นเขาลาดชัน จะเดินทางทั้งทีเราก็ต้องเตรียมพร้อมรถของเราให้มีสภาพสมบูรณ์และพร้อมใช้งานในสภาพอากาศหนาวกันด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเรามาเตรียมพร้อมรถของเราและดูกันดีกว่าครับว่าขับรถหน้าหนาวยังไงให้ปลอดภัยกันดีกว่าครับ 1. วอร์มเครื่องยนต์ก่อนเดินทาง ก่อนออกกำลังกายยังต้องวอร์มร่างกาย ก่อนออกเดินทางก็ต้องวอร์มเครื่องก่อนนะครับ เพื่อให้เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่นและชิ้นส่วนต่างๆนั้นพร้อมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแถมยังป้องกันการสึกหรอและยังช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของเราได้ด้วยนะครับ 2. ตรวจเช็คระบบไฟ หน้าหนาวแบบนี้ทัศนะวิสัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับ เราควรตรวจเช็คระบบไฟให้พร้อมไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ของเราให้พร้อมใช้งานมากที่สุดด้วยนะครับเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางครับ 3. ไม่จอดรถบนไหล่ทาง โดยปกติแล้วการจอดรถริมฟุตบาทหรือจอดรถบริเวณไหล่ทางก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างอันตรายอยู่แล้วนะครับ แล้วยิ่งเราไปจอดรถบริเวณไหล่ทางหรือฟุตบาทแล้วในช่วงหน้าหนาวที่มีหมอกหรือทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ชัดเจนแล้วก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้นะครับ 4. ขับรถให้ช้าลง ความปลอดภัยต้องมาก่อนนะครับ ไม่ต้องรีบโดยใช้ความเร็วมากเกินไป ยิ่งหน้าหนาวบางบริเวณมีหมอกลงจัด เราจึงควรใช้ความเร็วให้ช้าลงเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะครับ หนาวนี้ใครจะเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนก็อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถของเราและเส้นทางในการเดินทางให้พร้อมก่อนเดินทางด้วยนะครับ เราจะได้เที่ยวและพักผ่อนกันอย่างมีความสุข ใครจะเดินทางไปเที่ยวไหนก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

รถป้ายแดง ขับยังไงให้ถูกกฏหมาย

ออกรถใหม่ทั้งที่ก็ควรรู้ข้อกฎหมายกันบ้างนะครับ การขับรถให้ถูกกฎจราจรแล้วเราก็ควรใช้รถให้ถูกกฎหมายด้วยนะครับ คนที่เพิ่งออกรถใหม่ทุกคัน แน่นอนครับว่าเราจะต้องได้ป้ายสีแดง แล้วมักก็จะถูกตำรวจเรียกตรวจอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่าครับว่าการขับรถป้ายแดงให้ถูกกฎหมายนั้นเราควรทำกันยังไง 1.จดรายละเอียดก่อนเดินทาง รถใหม่ป้ายแดงนั้นจะมีสมุดคู่มือมาให้เราด้วยเพื่อให้เรานั้นกรอกรายละเอียดในการใช้รถเดินทางไปไหน แนะนำว่าก่อนเดินทางเราควรกรอกรายละเอียดทุกครั้ง เพื่อเวลาเจอด่านตรวจเราจะได้ไม่ต้องโดนค่าปรับตามกฎหมายรถป้ายแดงได้นะครับ 2.คำนวณเวลาไปกลับให้ดี ขับรถป้ายแดงก็ต้องทำใจหน่อยนะครับเพราะมีข้อจำกัดเวลาในการใช้บนท้องถนนตามกฎหมาย เพราะรถใหม่ป้ายแดงนั้นสามารถใช้วิ่งบนท้องถนนช่วงเวลา 6.00 – 18.00 น. เพียงเท่านั้น แต่ก็ยังอนุโลมให้ใช้ได้ถึง 20.00 น. เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางคำนวนเวลาไปกลับให้ดีนะครับจะได้ไม่เสียค่าปรับหากเจอด่านตรวจ 3.ห้ามวิ่งข้ามจังหวัด รถใหม่ป้ายแดงข้ามวิ่งข้ามจังหวัดนะครับ อีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆคนไม่รู้ แต่ถ้าหากเรามีเหตุจำเป็นจริงๆที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดจริงๆเราก็สามารถใช้รถป้ายแดงเดินทางข้ามจังหวัดได้นะครับ แต่เราจำเป็นที่จะต้องไปข้ออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ขนส่งเพื่อขออนุโลมให้ใช้รถป้ายแดงเดินทางข้ามจังหวัดได้ 4.ป้ายแดงใช้ได้แค่ 30 วันเท่านั้น หลายๆคนอาจจะใช้ป้ายแดงเกินกำหนดตามที่กฎหมายได้ระบุไว้อาจจะเพราะหลายๆสาเหตุก็ตามไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมรถจดทะเบียนให้เราล่าช้าหรือหลายๆคนอาจจะใส่ลากยาวไม่ยอมเปลี่ยนแต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ป้ายแดงเกินกำหนดนั้นผิดกฎหมายนะครับ อย่าลืมนะครับถ้าไม่อยากเสียค่าปรับเราก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎจราจรและทำให้ถูกกฎหมายด้วยนะครับ การใช้รถป้ายแดงนั้นมีแต่ความยุ่งยาก และข้อจำกัดมากมาย ถ้าได้ป้ายขาวมาแล้วก็รีบเปลี่ยนนะครับ เพื่อความสะบายใจในการขับขี่และไม่ต้องกังวลใจเมื่อเจอด่านตรวจแถมไม่ต้องยุ่งยากในการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ รถใหม่ก็ควรมีความคุ้มครองไว้ด้วย ลองคลิกมาที่ ประกันรถยนต์ เพื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่  MoneyGuru.co.th กันก่อน รับรองว่าภายใน 1 นาที คุณจะได้รับประกันรถยนต์ที่ตรงใจคุณที่สุด พร้อมรับใบเสนอราคาได้ฟรีทันที

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถชนสัตว์เลี้ยง ประกันให้ความคุ้มครองหรือไม่?

เรื่องอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์และสัตว์นั้นเป็นข่าวให้เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เราหลายๆ คนที่มีสัตว์เลี้ยงก็กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับเจ้าตัวน้อยของเรา เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอนั่นเอง ซึ่งทำให้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อย่างเช่น มีคนขับรถชนสัตว์เลี้ยงของเรา หรือ เราเป็นฝ่ายที่ ขับรถชนสัตว์เลี้ยง ของผู้อื่น แบบนี้เราจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับเจ้าของรถได้หรือไม่ หรือ ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองหรือไม่? เป็นต้น  หากใครอยากรู้ก็ตาม MoneyGuru.co.th มาทางนี้ได้เลย เพราะวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลในส่วนนี้มาให้แล้วครับ ขับรถชนสัตว์เลี้ยง ประกันให้ความคุ้มครองหรือไม่? ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีของประกันภัยรถยนต์ชั้นที่ 1 เลยทีเดียว เพราะว่าให้ความคุ้มครองในกรณี ขับรถชนสัตว์เลี้ยง โดยการชนกับสัตว์นี้จะอยู่ในส่วนของการชนกับสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ครับ เราสามารถแจ้งเคลมกับทางบริษัทประกันภัยได้เลยทันทีเมื่อเกิดเหตุขึ้น (เคลมสด) จากนั้นก็รอรับใบเคลมจากทางบริษัทประกันเพื่อนำรถเข้าซ่อม โดยรายละเอียดของความคุ้มครองทีได้รับจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่เราทำนะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้นถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยทีเดียว หากเทียบกับค่าเบี้ยที่เราต้องจ่าย เพราะให้ความคุ้มครองในเกือบทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั่นเอง หากใครกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ดีๆ อยู่ ก็ลองรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้พิจารณาดูนะครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: เคลมประกัน : อะไรคือ “เคลมแห้ง/สด”? ว่าแล้วเราก็มาดูในส่วนของรถยนต์และสัตว์กันต่อว่ามีรายละเอียดอื่นๆ อย่างไรกันบ้าง กฏหมายเกี่ยวกับเรื่องขับรถชนสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. […]

อ่านเพิ่มเติม

คนใช้รถ ทำไมถึงควรมีทั้ง พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้

หลายๆ คนที่ใช้รถ ก็คงจะเคยสงสัยกันว่า ทำไมเรา คนใช้รถ ถึงควรจะทำ ประกันภัยรถยนต์ ทั้งๆ ที่ รถของเรานั้นมี พ.ร.บ. อยู่แล้ว หากใครเคยสงสัยหรือ กำลังสงสัยอยู่ก็ตาม MoneyGuru.co.th มาทางนี้ได้เลยเพราะวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลในส่วนของ “ทำไมถึงควรมีทั้ง พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้” ให้พวกเราที่ใช้รถได้ทราบกัน เพื่อจะได้ไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจะทำหรือไม่ทำประกันภัยรถยนต์ครับ ว่าแล้วก็ตามมาดูกันได้เลย คนใช้รถ ทำไมถึงควรมีทั้ง พ.ร.บ. และ ประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เรามาทำความรู้จักกับ พ.ร.บ. แบบง่ายๆ กันก่อน ชื่อเต็มๆ ของ พ.ร.บ.ก็คือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ”  ซึ่งพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์จะเป็นกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ซึ่งหากว่าผู้ใช้รถคนไหนไม่ยอมทำก็จะถือว่าผิดกฎหมาย และมีโทษปรับอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็น ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนั่นเอง พ.ร.บ. นั้นให้ความคุ้มครองอะไรเราบ้าง? ให้ความคุ้มครองดูแลประชาชนทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ให้ได้รับการรักษาพยาบาลทันที รวมถึงเป็นหลักประกันให้โรงพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาอย่างแน่นอน เมื่อให้ความช่วยเหลือแก่คนเจ็บ ตัวอย่างความคุ้มครองที่ได้รับจะมีดังนี้ เราจะได้รับเงินค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดตามจริง เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 65,000 […]

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถชนท้าย ประกันภัยให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง?

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอในขณะที่เราขับขี่รถยนต์ และหนึ่งในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็คือ ขับรถชนท้าย นั่นเอง ซึ่งบางครั้งเราใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็อาจจะมีเหตุไม่คาดฝัน เช่น การเบรกกะทันหัน เป็นต้น จนทำให้เราเกิดอุบัติเหตุแบบ ขับรถชนท้าย นี้ได้ ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูกันว่าในกรณีที่ขับรถชนท้ายนี้ ประกันภัยรถยนต์ จะให้ความคุ้มครองเราอย่างไรบ้าง รวมถึงหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราควรจะทำอย่างไรดีอีกด้วย ขับรถชนท้าย ประกันภัยให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง? กรณีที่เราเกิดเหตุการณ์ขับรถชนท้ายขึ้น แล้วเราได้มีการทำประกันภัยรถยนต์ไว้ ก็ขอให้เรารีบโทรแจ้งประกันให้เร็วที่สุดครับ และหากเรากีดขวางทางจราจรมากๆ ก่อนที่เราจะทำการเคลื่อนย้ายรถ เพื่อไม่ให้เกะกะการจราจร ก็ให้เราถ่ายภาพเหตุการณ์เอาไว้เยอะๆ ในทุกมุม หรือจะถ่ายวิดีโอก็ได้ ส่วนกรณีขับรถชนท้าย ความคุ้มครองของประกันจะแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ครับ 1.กรณีที่เราเป็นฝ่ายโดนชนท้าย หากว่าอุบัติเหตุการชนท้ายครั้งนี้ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรา เช่น เราไม่ได้เบรกกะทันหัน เป็นต้น หากแต่เป็นว่าเราขับรถมาดีๆ อยู่ดีๆ ก็มีรถคันอื่นมาชนท้าย หากเป็นแบบนี้เราก็เบาใจได้เลย เพราะกรณีนี้ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าเรานั้นเป็นฝ่ายถูก ในส่วนค่าเสียหายของรถเรานั้นทางคู่กรณีต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ส่วนจะตกลงกันในส่วนของค่าเสียหายอย่างไรนั้น เราขอแนะนำให้ปรึกษาทางประกันของเราก่อนจะดีกว่า หรืออาจจะให้ประกันของเราเป็นผู้ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีให้ก็ได้ เพราะประกันจะดูแลในเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ให้เราอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เราเสียเปรียบนั่นเอง และเมื่อตกลงกันได้ก็แยกย้ายครับ แต่ต้องไม่ลืมที่จะไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วยนะ เพื่อจะได้สามารถติดตามคู่กรณีมาชดใช้ค่าเสียหายได้ครับ 2.กรณีที่เราเป็นฝ่ายขับรถชนท้าย […]

อ่านเพิ่มเติม

กรณีโดนชนแล้วหนี ประกันให้ความคุ้มครองหรือไม่?

เราทุกคนที่การใช้รถใช้ถนนนั้นรู้ดีว่า อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่เราไปชนเขา เขาก็มาชนเรา และถึงแม้ว่าเราจะขับขี่ด้วยความระมัดระวังขนาดไหนก็ตาม ก็อาจจะเกิดเหตุวิสัยจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ ซึ่งหากคู่กรณีของเราไม่หนีไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ลงมาคุยและโทรเรียกประกันมาตกลงในส่วนของค่าเสียหายกันก็ถือว่าดีไป แต่หากเจอ กรณีโดนชนแล้วหนี หายไปเลยล่ะ จะทำอย่างไรดี? ประกันจะให้ความคุ้มครองหรือไม่? วันนี้ MoneyGuru.co.th ได้รวบรวมข้อมูลในส่วนของ กรณีโดนชนแล้วหนี มาฝากพวกเราที่ใช้รถใช้ถนนกันอยู่เป็นประจำแล้ว เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกัน กรณีโดนชนแล้วหนีประกันให้ความคุ้มครองหรือไม่? กรณีโดนชนแล้วหนี นั้นถือว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างหนึ่ง ที่เราผู้ใช้รถทุกคันสามารถจะเจอกับเหตุการณ์นี้ได้ จึงค่อนข้างเข้าใจได้ว่าบริษัทประกันภัยนั้นจะมีกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้อยู่ ซึ่งปัญหาเรื่องจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่นั้น คำตอบก็อยู่ที่ว่าเรานั้นได้เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ที่มีความคุ้มครองในส่วนของกรณีโดนชนแล้วหนีนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากมีเราก็สามารถเบาใจได้เพราะว่าเราจะได้รับความคุ้มครอง แต่หากว่าไม่มีเราก็จะไมได้รับความคุ้มครองนั่นเอง ซึ่งรายละเอียดของประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ กับความคุ้มครองในส่วนของกรณีโดนชนแล้วหนีมีดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 รถยนต์ของเรา (คันที่ทำประกันภัย) จะได้รับความคุ้มครองในทุกกรณีที่เกิดการชนจากอุบัติเหตุ เรียกว่าถ้าเราทำไว้ก็อุ่นใจได้เลย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ รถยนต์ของเรา (คันที่ทำประกันภัย) จะได้รับความคุ้มครองในกรณีรถชนรถเท่านั้น ซึ่งก็รวมถึงกรณีโดนชนแล้วหนีนี้ด้วย แต่ว่าเรานั้นต้องสามารถระบุเลขทะเบียนรถของคู่กรณีได้ด้วยจึงจะสามารถแจ้งเคลมได้ เพราะหากเราสามารถแจ้งเลขทะเบียนคู่กรณีให้ทางบริษัทประกันได้ ทางบริษัทประกันจะสามารถไปเรียกเก็บค่าเสียหายจากคู่กรณีได้นั่นเอง แต่หากว่าเราไม่สามารถแจ้งเลขทะเบียนคู่กรณีได้เราก็จะไม่ได้รับความคุ้มครอง งานนี้กล้องหน้ารถอาจจะพอช่วยเราได้แล้วล่ะครับ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ คล้ายๆ กับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ที่รถเราจะได้รับความคุ้มครองจากกรณีรถชนรถเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องสามารถระบุเลขทะเบียนรถของคู่กรณีให้ได้จึงจะได้รับความคุ้มครอง […]

อ่านเพิ่มเติม

ใบขับขี่หมดอายุ ประกันจะให้ความคุ้มครองหรือไม่?

เราที่ใช้รถยนต์กันอยู่เป็นประจำ ย่อมต้องมีเอกสารสำคัญอย่างใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ติดตัวกันไว้อยู่เสมอใช่ไหมล่ะครับ เพราะหากไม่มีใบขับขี่เราก็จะถูกคุณตำรวจจับได้ครับ เพราะเราทำผิดกฎหมายนั่นเอง  รวมถึงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์อีกด้วยที่หากเรามีการทำเอาไว้นั้น ก็จะเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่รถยนต์ให้กับเรามากขึ้นทีเดียว เพราะกรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ก็จะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เรานั้นเบาใจเรื่องค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุไปได้พอสมควรเลยทีเดียว เมื่อรู้ถึงความสำคัญของทั้งสองอย่างแล้ว เราก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้หมดอายุ ควรหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอครับ แต่หากว่าเราโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุในตอนที่ ใบขับขี่หมดอายุ ประกันจะให้ความคุ้มครองหรือไม่? วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูในเรื่องของใบขับขี่หมดอายุประกันจะให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือไม่?  เพื่อให้หลายๆ คนที่มีข้อสงสัยในส่วนนี้ได้หายสงสัยกัน รวมถึงหากเราเกิดเหตุสุดวิสัยแบบนี้ขึ้นมาจะได้รู้ว่าควรแก้ไขอย่างไรครับ ใบขับขี่หมดอายุ ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือไม่? การที่เกิดอุบัติเหตุแล้วกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้จะไม่ให้ความคุ้มครองเรา ก็คือในกรณีที่เราไม่เคยมีใบอนุญาตขับขี่ หรือที่เรียกกันว่าใบขับขี่ มาก่อนเลย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุเช่น ไม่ได้ทำ อายุไม่ถึง หรือสาเหตุอื่นใดๆ นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่สามารถยกมากล่าวอ้างได้ครับ เพราะว่าตามกฎหมายแล้วหากเราไม่มี ใบอนุญาตขับขี่หรือผ่านการอบรมมา ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะขับขี่บนท้องถนนครับ อันจะส่งผลให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้ไม่ให้ความคุ้มครองนั่นเองครับ กรณีที่เราถูกชน และเป็นฝ่ายถูก แต่ใบขับขี่หมดอายุ จะเป็นอย่างไร? กรณีที่รถของเราถูกชนโดนรถคันอื่นและเราเป็นฝ่ายถูกนั้น เราเจ้าของรถยนต์คันที่ถูกชนสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีคันที่มาชนเราได้เลย โดยไม่เกี่ยวข้องกับการที่รถเราจะทำประกันภัยรถยนต์ไว้หรือไม่ เพราะเราเป็นฝ่ายถูกทำให้เกิดความเสียหาย รวมถึงว่าไม่ต้องคำนึงว่าใบขับขี่ของเราจะหมดอายุหรือไม่ เนื่องจากความผิดฐานขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ทางรัฐเป็นผู้เสียหายไม่ใช่คู่กรณี กรณีที่รถชนและเราเป็นฝ่ายผิด และใบขับขี่หมดอายุ ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองหรือไม่? กรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน และเราเป็นฝ่ายผิดนั้น หากว่าเรามีการทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ […]

อ่านเพิ่มเติม

เพื่อนยืมรถไปขับชน ประกันภัยรถยนต์จะจ่ายหรือไม่?

เชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่มีรถยนต์คงจะเคยเจอกับกรณีถูกยืมรถไปใช้งาน ใช่ไหมล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นจากคนใกล้ชิดอย่าง เช่น ป้า อา พี่ น้อง เป็นต้น รวมถึงกรณีที่อาจจะพบเจอได้ง่ายที่สุดก็คือ เพื่อน นั่นเอง ซึ่งหากคนที่ขอยืมไปนั้นขับขี่อย่างระมัดระวังก็คงจะไม่มีปัญหาตามมา แต่ทว่าเราดันเคราะห์ไม่ดีเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอย่าง เพื่อนยืมรถไปขับชน นั้นจะทำอย่างไรดี ประกันภัยจะจ่ายหรือไม่? ขับเองใช้เองไม่เคยมีชน ให้เพื่อนยืมเดี๋ยวเดียวชนเลย จะทำอย่างไรดี? วันนี้ MoneyGuru.co.th ได้รวบรวมข้อมูลเรื่องของประกันภัยรถยนต์มาฝาก พวกเราที่ให้ผู้อื่นยืมรถไปขับได้ทราบกันไว้ครับ เมื่อเพื่อนยืมรถไปขับชนเราต้องเข้าใจก่อนว่า การที่เราให้เพื่อนยืมรถไปขับนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะบางครั้งเราก็อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องให้เพื่อนขับรถแทนก็ได้ เนื่องจากเราเจ็บป่วยหรือสาเหตุอื่นๆ แต่ปัญหาอยู่ที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นต่างหาก เพื่อนยืมรถไปขับชน ประกันภัยรถยนต์จะจ่ายหรือไม่? การที่เราทำประกันภัยรถยนต์ให้กับรถของเรา แล้วมีเพื่อนมาขอยืมรถไปขับแล้วเกิดการชนขึ้น ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองหรือไม่นั้นมีรายละเอียดดังนี้ ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ หากว่ารถยนต์ของเรานั้นทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ก็คือการที่ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวรถในระหว่างที่ใช้งาน ไม่ว่าผู้ขับรถจะเป็นใครก็ตาม ที่ได้รับความยินยอมให้ขับรถจากเรา (ผู้เอาประกัน) แต่ความคุ้มครองที่จะได้รับจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่เราทำ สรุป ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ ถึงแม้ว่าเพื่อนจะเป็นคนขับแล้วไปเกิดอุบัติเหตุก็ตาม ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองค่าความเสียหายกับรถยนต์ เฉพาะในกรณีที่ผู้ขับรถยนต์มีชื่อตรงกับที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่ทำไว้ในขณะเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น หากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วผู้ขับรถไม่มีชื่อตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันครับ สรุป กรณีที่เพื่อนยืมรถไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ครับ […]

อ่านเพิ่มเติม

ขับรถย้อนศร แล้วเกิดอุบัติเหตุรถชน ประกันคุ้มครองไหม?

หนึ่งในวิธีการขับรถที่ผิดกฎจราจร แต่เราก็มักจะพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ ตามท้องถนน นั่นก็คือ การ ขับรถย้อนศร นั่นเอง จะเรียกว่าเป็นความมักง่ายของผู้ขับรถก็ว่าได้ เพราะเห็นแก่ความสะดวกของตนเองจนไม่สนใจความปลอดภัยของผู้อื่นบนท้องถนน รวมถึงไม่สนใจด้วยว่าจะผิดกฎจราจรหรือไม่ นอกจากนี้ที่หลายครั้งการขับรถย้อนศร ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอีกด้วย ว่าแล้ววันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มีเรื่องเกี่ยวกับ ขับรถย้อนศร และ ประกันภัยรถยนต์ มาฝากกัน ว่าแต่ทั้งสองเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกันอย่างไรก็ตามมาดูกันเลย ขับรถย้อนศรมีโทษอย่างไรบ้าง? “การขับรถย้อนศร นั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก (พ.ร.บ.) พ.ศ. 2522 มาตรา 41 กำหนดว่าทางเดินรถใดที่มีเครื่องหมายจราจรให้เป็นทางเดินรถทางเดียว ให้ผู้ขับขี่ขับรถไปตาม ทิศทางที่กำหนดไว้ และหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท” นอกจากนี้หากว่าผู้ขับรถกระทำความผิดขับรถย้อนศรเป็นประจำ ไม่ว่าจะถูกยึดใบขับขี่ หรือ เสียค่าปรับ ก็ยังไม่เลิกพฤติกรรมการขับรถแบบนี้ อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ขับรถที่ทำถูกกฎจราจร และอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. จราจร พ.ศ. 2522 ควบคู่กับมาตรา 43(8) ที่ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ โดยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 […]

อ่านเพิ่มเติม

หลับใน ระหว่างขับรถคงไม่ดีแน่ๆ มาดูวิธีแก้กัน!!

หลายครั้งที่อุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นมีสาเหตุมาจาก หลับใน ของผู้ขับขี่ จึงถือได้ว่าอาการหลับในระหว่างขับรถนี้เป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อรู้แบบนี้แล้ว เราก็ควรที่จะหาทางจัดการกับอาการหลับในนี้เสียก่อนที่จะกลายมาเป็นสาเหตุ ให้เกิดอุบัติเหตุได้จะเป็นการดีที่สุดครับ เพื่อป้องกันความสูญเสียอันอาจจะเกิดกับทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนคันอื่นๆ  ว่าแล้ววันนี้ MoneyGuru.co.th ก็จะพาไปดูสาเหตุของการ หลับใน รวมถึงวิธีการป้องกันการหลับในระหว่างขับขี่กันครับ เพื่อจะได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับพวกเราที่ใช้รถใช้ถนนกันเป็นประจำครับ หลับใน ระหว่างขับรถคงไม่ดีแน่ๆ มาดูวิธีแก้กัน!! อาการหลับในคืออะไร? อาการหลับใน คือ การที่เราหลับในขณะที่ตายังเปิดอยู่ มักจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณไม่เกิน 10 วินาที คล้ายๆ กับอยู่ในสภาพหลับๆ ตื่นๆ หรือคล้ายๆ หมดสติไปชั่วครู่หนึ่ง สามารถปลุกได้ง่าย แต่สิ่งที่ร้ายที่สุดของอาการหลับในก็คือ เราไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้หลับในได้นั่นเอง ซึ่งหากเราเผลอมีอาการหลับในระหว่างขับรถเพียงแค่ไม่กี่วินาที ก็อาจจะกลายเป็นสาเหตุให้เราเกิดอุบัติเหตุจนเกิดความสูญเสียก็เป็นได้ สาเหตุของการหลับใน อาการหลับในนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ สาเหตุที่เกิดการหลับในที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การอดนอน หรือ นอนหลับไม่เพียงพอ รับประทานยาบางชนิดที่มีผลทำให้เราง่วงนอน เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ภูมิแพ้ เป็นต้น ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ เป็นต้น โรคประจำตัวที่อาจจะส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เช่น […]

อ่านเพิ่มเติม

เคล็ดลับ ดับกลิ่นเหม็นอับ บนรถแสนรักของเรา

การเอาอาหารขึ้นมาทานบนรถนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะว่าหลายๆ คนก็ทำกัน แต่ทว่าก็มักจะมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บนรถของเรา รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นในรถได้ เช่น ความชื้นภายในห้องโดยสาร การไม่ทำความสะอาดระบบแอร์ในรถ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นอับขึ้นภายในรถเรา ซึ่งกลิ่นเหม็นอับนี่แหล่ะที่ทำให้เราหลายคนที่รักรถและใช้รถเป็นประจำต้องปวดใจกัน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มีเคล็ดลับ ดับกลิ่นเหม็นอับ บนรถแสนรักของพวกเรามาฝากกัน เพื่อที่จะได้ช่วยให้รถแสนรักมีกลิ่นหอมชื่นใจน่าขับขี่ไปตลอดครับ เคล็ดลับ ดับกลิ่นเหม็นอับ บนรถแสนรักของเรา ใช้สเปรย์ปรับอากาศ เริ่มต้นกันที่วิธีง่ายๆ ก่อนเลยก็คือการใช้ตัวช่วยอย่างสเปรย์ปรับอากาศมาช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับภายในรถ และข้อดีที่แถมมาด้วยก็คือฆ่าเชื้อโรคไปด้วย ซึ่งสเปรย์ปรับอากาศ สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และยังมีหลายกลิ่นให้เราเลือกอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบของตัวเองเลยครับ กำจัดกลิ่นเหม็นอับด้วยกากกาแฟ ประโยชน์ของกากกาแฟก็คือ จะช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นอับต่างๆ บนรถของเรานั่นเอง ซึ่งวิธีการทำก็คือ ให้เรานำกากกาแฟไปตากแห้ง จากนั้นก็นำมาห่อด้วยผ้า เสร็จแล้วให้เรานำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในรถยนต์ของเรา เพียงเท่านี้ก็รอให้กากกาแฟทำหน้าที่กำจัดกลิ่นเหม็นอับภายในรถได้เลย ใช้ถ่านหุงข้าว ถ่านหุงข้าวก็สามารถนำมาใช้กำจัดกลิ่นเหม็นอับภายในรถได้ วิธีการก็เช่นเดียวกันกับกากกาแฟ ก็ให้เรานำถ่านหุงข้าวไปวางตามมุมต่างๆ ภายในรถ โดยให้วางไว้ประมาณ 2 – 3 วัน กลิ่นเหม็นอับที่มีอยู่ก็จะลดลง เพราะถูกดูดไปโดยถ่านหุงข้าวนั่นเอง นอกจากนี้ถ่านหุงข้าวยังสามารถนำมาดับกลิ่นเหม็นอับในตู้เย็นได้อีกด้วย ใช้ใบชาจีนแห้ง แนะนำว่าใบชาจีนที่จะนำมาใช้นั้นควรเป็นแบบที่ใช้ชงกิน ส่วนการใช้งานในการดับกลิ่นเหม็นอับ […]

อ่านเพิ่มเติม

รถมีประกัน กรณีเกิดอุบัติเหตุต้องทำอย่างไรบ้าง

หลายคนที่ใช้รถกันอยู่เป็นประจำ ก็มักจะมีการทำประกันภัยรถยนต์ติดรถไว้เสมอ เพื่อความคุ้มครองในตอนเกิดอุบัติเหตุ เพราะอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้เสมอนั่นเอง แต่ว่าหลายๆ คนที่มีประกันภัยรถยนต์ติดรถนั้น กลับไม่รู้ว่าเมื่ออุบัติเหตุขึ้นแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะขับขี่ด้วยความระมัดระวังมาตลอด พอเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นจึงอาจจะตกใจจนนึกอะไรไม่ออกก็เป็นได้ วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงจะมาแนะนำในส่วนของ รถมีประกัน กรณีเกิดอุบัติเหตุต้องทำอย่างไรบ้าง ให้พวกเราที่ใช้รถได้ทราบกัน เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยจนรู้ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเป็นอย่างดีใช่ไหมล่ะครับ รถมีประกัน กรณีเกิดอุบัติเหตุต้องทำอย่างไรบ้าง กรณีเมื่อเกิดอุบัติแล้วเราเป็นฝ่ายถูก สิ่งที่เราควรทำมีดังนี้ ให้เรา(เจ้าของรถ , ผู้เอาประกัน) ทำการจดทะเบียนรถของคู่กรณี รวมถึงชื่อและที่อยู่ของคู่กรณีด้วย ให้เราทำการจดรายละเอียดใบขับขี่ของคู่กรณี หรืออาจจะคู่กรณีลงนามในเอกสารยอมรับผิด (ตามหนังสือยินยอมรับผิดที่ให้ไว้) ในกรณีที่มีพยานในที่เกิดเหตุ ก็ให้เราทำการขอชื่อและที่อยู่ของพยานไว้ด้วย เพื่อไว้ติดต่อ รีบแจ้งให้ทางบริษัทประกันภัยที่เราทำกรมธรรม์ประกันภัยไว้ทราบให้เร็วที่สุด หรือแจ้งทันทีที่เกิดอุบัติเหตุได้ยิ่งดี เมื่อเราแจ้งไปยังบริษัทประกันภัยแล้ว ทางบริษัทประกันจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปบริการและอำนวยความสะดวกกับเราในที่เกิดเหตุ และสถานีตำรวจ (หากมีความจำเป็น) กรณีเมื่อเกิดอุบัติแล้วเราเป็นฝ่ายผิด สิ่งที่เราควรทำมีดังนี้ รีบแจ้งให้ทางบริษัทประกันภัยที่เราทำกรมธรรม์ประกันภัยไว้ทราบในทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น แนะนำว่าไม่ควรลงนามในเอกสารใดๆ ให้กับคู่กรณี จนกว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยจะมาถึงที่เกิดเหตุ รวมถึงฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันก่อนจะทำการใดๆ หลังจากที่เรายอมรับผิด ก็ให้คุยกับคู่กรณีและเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกัน ในส่วนของการแยกรถไปจอดไว้ในบริเวณที่จะไม่ทำให้การจราจรติดขัด หากคู่กรณีมีการร้องขอชื่อและที่อยู่ของเรา เราก็ควรที่จะให้ความร่วมมือ สอบถามขั้นตอนต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันว่าเราควรจะทำอย่างไรในขั้นตอนต่อไป กรณีเมื่อเกิดอุบัติแล้วไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกและผิด สิ่งที่เราควรทำมีดังนี้ […]

อ่านเพิ่มเติม

วิธีป้องกันงูเข้ารถ เพื่อความปลอดภัยของเรา

ช่วงนี้เริ่มที่จะมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว เพราะมีพายุฤดูร้อนเข้า รวมถึงเริ่มเข้าช่วงหน้าฝนแล้วด้วย ซึ่งพอน้ำมาแบบนี้สิ่งที่มักจะตามมาก็คือสัตว์ทั้งหลายจะเริ่มออกมากัน ซึ่งสัตว์เหล่านี้อาจจะมาเยี่ยมที่บ้านของเราก็ได้ เช่น หนู งู เป็นต้น โดยเฉพาะงูนี่แหล่ะที่หลายๆ คนกลัวและไม่อยากให้มาเยี่ยมที่บ้านกันเลยทีเดียว ซึ่งบางครั้งนั้นงูอาจจะไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเราในบ้าน แต่มาอาศัยอยู่ในรถยนต์ของเรา ซึ่งส่วนนี้อาจจะสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนรถยนต์ได้ หากว่าเป็นงูตัวใหญ่ๆ ตัวอย่างความเสียหายก็เช่น งูตัวใหญ่ไปนอนขดที่ใบพัดหม้อน้ำทำให้ใบพัดหม้อแตกเสียหาย เป็นต้น ยิ่งล่าสุดที่พึ่งจะมีข่าวว่างูเหลือมตัวใหญ่เข้าไปแอบไปนอนอยู่ในห้องเครื่องของรถกระบะ ด้วยเหตุนี้ MoneyGuru.co.th จึงจะมาแนะนำ วิธีป้องกันงูเข้ารถ ให้พวกเราที่มีรถยนต์ได้ทราบกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลรถยนต์ รวมถึงไม่ให้งูมากวนใจรถยนต์ของเราด้วยครับ วิธีป้องกันงูเข้ารถ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของเรา วิธีป้องกันไม่ให้งูเข้ามารถของเราที่จะมาแนะนำในวันนี้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 4 วิธี โดยรายละเอียดของแต่ละวิธีมีดังนี้ มีสัตว์เลี้ยง การมีสัตว์เลี้ยง เช่น แมว และ สุนัข นั้นจะเป็นตัวช่วยอย่างดีให้เราเลยทีเดียว เพราะสัตว์ทั้งสองนี้มีจมูกที่ไวต่อกลิ่นรอบข้างที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ทั้ง แมว และ สุนัข ยังมีพฤติกรรมที่จะแสดงออกเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้อีกด้วย เช่น แมวจะขู่ ส่วนสุนัขจะเห่า เป็นต้น โดยเฉพาะสุนัขนี่แหล่ะที่เป็นอริกับงู ทั้งเห่าและกัด เพื่อให้งูหยุดเข้ามาในบ้านของเรา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบ้านเราแล้วนั่นเอง ใช้น้ำมันเครื่องเก่า […]

อ่านเพิ่มเติม

4 พฤติกรรมการขับรถ ที่ควรหลีกเลี่ยง

มีหลายๆ คนบอกว่า การใช้รถกับการเกิดอุบัติเหตุนั้นถือเป็นของคู่กัน เพราะว่าต่อให้เราขับรถอย่างระมัดระวังและเคารพกฎจราจร แต่หากอีกฝ่ายขับรถด้วยความประมาทและไม่เคารพกฎจราจร ก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูงอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรที่จะขับรถด้วยความประมาท เพื่อที่จะเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุ และยังเป็นป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเราและครอบครัว รวมถึงทรัพย์สินของเราและไม่เป็นการสร้างความเสียหายผู้ใช้รถคันอื่นบนท้องถนนอีกด้วย ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มี 4 พฤติกรรมการขับรถ ที่ควรหลีกเลี่ยง มาแนะนำกัน เพราะว่าการขับรถ ที่เราจะพูดถึงนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะทำให้พวกเราขับขี่ได้ปลอดภัยขึ้น รวมถึงช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุลงได้อีกด้วย 4 พฤติกรรมการขับรถ ที่ควรหลีกเลี่ยง 1.เมาแล้วขับ ถือเป็นพฤติกรรมการขับขี่รถที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ยิ่งเป็นในช่วงเทศกาลต่างๆ ยิ่งมีโอกาสที่จะพบพฤติกรรมการขับขี่รถแบบนี้สูงขึ้น และอุบัติเหตุก็สูงตามขึ้นไปด้วย หลังจากมีอุบัติเหตุก็มักจะมีเรื่องของความสูญเสียตามมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือชีวิต ซึ่งเราทุกคนที่ใช้รถสามารถช่วยกันลดอุบัติเหตุและการสูญเสียจากการขับขี่รถแบบนี้ลงได้ เพียงแค่ เมาไม่ขับ หรือหากจะเมาจริงๆ ก็ใช้บริการรถสาธารณะหรือดื่มที่บ้าน จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ ข้อสำคัญ เมาแล้วขับผิดกฎหมายด้วยนะครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : ไม่อยากเสียเงินจนหมดตัวจาก เมาแล้วขับ ต้องอ่าน!! 2.เล่นโทรศัพท์ในขณะขับรถ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมยอดฮิตของคนบางกลุ่ม ที่ชอบจะเล่นโทรศัพท์ในขณะขับรถ ซึ่งไม่ดีเลยนะ เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุสูงมาก แถมยังมีผลวิจัยออกมาแล้วด้วยว่า การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ขับรถนั้น เป็นอันตรายมากกว่าการเมาแล้วขับอีกด้วย แถมยังผิดกฎหมายของบ้านเราอีกด้วยนะ […]

อ่านเพิ่มเติม

เคล็ดลับดูแลสีรถ จากแป้งในวันสงกรานต์ เพื่อให้สีรถยังสวยเหมือนเดิม!!

และแล้วก็ถึงช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกกับงานเทศกาลใหญ่ประจำปีอย่างสงกรานต์ ซึ่งช่วงหยุดยาวเทศกาลนี้หลายๆ คนก็มักจะมีการนำรถออกมาใช้งานกันไม่ว่าจะเป็นการขับรถกลับบ้านเกิด ขับรถไปเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบไหนนั้นรถเราก็ต้องเจอกับน้ำและแป้งดินสอพองจากเทศกาลอย่างแน่นอน ซึ่งหากเราไม่รู้จักดูแลและเตรียมรถให้พร้อม ก็อาจจะทำให้รถของเรานั้นเกิดความเสียหายขึ้นมาได้ ด้วยความเป็นห่วง MoneyGuru.co.th จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ เคล็ดลับดูแลสีรถจากแป้งดินสอพองในวันสงกรานต์ เพื่อให้สีรถยังสวยเหมือนเดิม มาฝากกัน ว่าแล้วเพื่อไม่ให้เสียเวลาออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ก็ตามมาดูรายละเอียดกันได้เลย อ่านจบแล้วจะได้ขับรถออกไปเล่นอย่างสบายใจ^^ เคล็ดลับดูแลสีรถ จากแป้งในวันสงกรานต์ เพื่อให้สีรถยังสวยเหมือนเดิม!! รู้หรือไม่ว่า แป้งดินสอพอง นั้นมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งอาจจะไปกัดทำลายสีรถของเราได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงควรมีการดูแลและป้องกันให้สีรถของเราจะได้สวยเหมือนเดิม ลงน้ำยาเคลือบสีก่อนนำรถไปเล่นน้ำ ก่อนที่เราจะนำรถออกไปเล่นน้ำ หรือ ขับรถกลับบ้านก็ตาม แนะนำให้เราล้างรถก่อน รวมถึงอย่าลืมลงน้ำยาเคลือบสีด้วย เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่จะพอช่วยปกป้องสีรถที่รักของเราได้ในระดับหนึ่ง โดยการลงน้ำยาเคลือบสีนั้น แนะนำให้ลงหนากว่าปกติประมาณ 2 เท่าครับ กรณีรถโดนสาดด้วยน้ำคลองหรือน้ำผสมแป้งดินสอพอง หากว่ารถเรานั้น โดนสาดด้วยน้ำคลองหรือน้ำผสมแป้งดินสอพอง แนะนำว่าหากเป็นไปได้ให้รีบใช้น้ำล้างออกทันที หรืออาจจะใช้น้ำยาสำหรับล้างรถโดยเฉพาะก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาประเภทอื่นๆ เพราะน้ำยาประเภทอื่นอาจจะส่งผลทำให้แว็กซ์ที่เคลือบรถไว้จางลงและทิ้งคราบน้ำไว้บนรถได้ ข้อสำคัญไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้คราบแห้งเกิน 1 วัน หรือปล่อยให้แห้งในขณะที่แดดจัด เพราะอาจจะทำให้ผิวรถเป็นคราบน้ำได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการลบคราบน้ำนี้ก็สูงพอสมควรเลยทีเดียว กรณีโดนแป้งบริเวณกระจกหน้ารถ หากว่ารถเราโดนแป้งที่บริเวณกระจกหน้า แนะนำว่าอย่าพึ่งรีบใช้ที่ปัดน้ำฝนฉีดล้างขณะที่เรากำลังขับรถ เพราะการทำแบบนี้จะทำให้แป้งจะกระจายตัวเป็นคราบไปทั่วบริเวณกระจก และจะไปบดบังทัศนวิสัยขณะขับขี่ของเราได้ จนอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายขึ้นกับเราได้  หากมีความจำเป็นหรือต้องการที่จะทำความสะอาดจริงๆ ก็แนะนำให้จอดรถที่บริเวณข้างทางให้เรียบร้อยเสียก่อน […]

อ่านเพิ่มเติม

ประหยัดเงินค่าน้ำมัน จากรถติดช่วงสงกรานต์แบบง่ายๆ ด้วยทางเลี่ยงเหล่านี้

เราที่ใช้รถกันเป็นประจำคงรู้ดีว่า การที่การจราจรติดขัดหรือรถติดนั้นจะทำให้สิ้นเปลืองสิ้นเปลืองน้ำมันรถยนต์ขนาดไหน ซึ่งค่าน้ำมันรถยนต์นี้ในแต่ละเดือนของคนที่ใช้รถเป็นประจำนั้นก็จะรู้กันดีว่าไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ซึ่งบางคนก็เลี่ยงไปใช้แก๊สก็จะประหยัดไปได้บ้างนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันในตอนสตาร์ทเครื่องรถอยู่ดี และเป็นที่รู้กันดีว่าในช่วงเทศกาลใหญ่ประจำปีอย่างสงกรานต์นั้น ก็จะมีการใช้รถกันเป็นอย่างมาก จนส่งผลให้เส้นทางออกต่างจังหวัดในหลายๆ เส้นทางนั้นมีการจราจรหนาแน่นจนบางที่นั้นถึงขั้นรถติดกันยาวเลยทีเดียว รถก็ติดอากาศก็ร้อน แถมยังเปลืองค่าน้ำมันอีก แบบนี้จะทำอย่างไรดี? ซึ่งทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งเหล่านี้ โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2018 ที่ผ่านมานี้ ทางกรมทางหลวงก็ได้มีประกาศแนะนำเส้นทางต่างๆ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์ได้ออกมา โดย MoneyGuru.co.th ก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้มาแนะนำต่อให้กับพวกเรากัน ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าหลายระเอียดเส้นทางที่กรมทางหลวงแนะนำมานั้นมีอะไรกันบ้าง จะช่วย ประหยัดเงินค่าน้ำมัน ได้อย่างไรบ้าง ใครที่วางแผนว่าจะขับรถกลับบ้านต้องรีบศึกษาเส้นทางไว้เลยนะ ประหยัดเงินค่าน้ำมัน จากรถติดช่วงสงกรานต์แบบง่ายๆ ด้วยทางเลี่ยงเหล่านี้ กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 […]

อ่านเพิ่มเติม

5 เคล็ดลับเตรียมรถให้พร้อมก่อน ขับรถช่วงสงกรานต์

อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะเข้าสู่ช่วงวันสงกรานต์แล้ว ซึ่งในแต่ละปีนั้นก็มีการใช้รถกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขับรถกลับบ้าน ขับรถท่องเที่ยว ขับรถเล่นสงกรานต์ เรียกได้ว่าหนาแน่นไปแทบจะทุกเส้นทาง ซึ่งสิ่งที่ควบคู่มากับการใช้รถในช่วงสงกรานต์ทุกปีนั้นก็คือ อุบัติเหตุ ส่วนสาเหตุนั้นก็เพราะมีการใช้รถมาก โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจึงสูงตามไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงควรเตรียมตัวเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการ ขับรถช่วงสงกรานต์ จะได้ขับขี่อย่างปลอดภัยและห่างไกลอุบัติเหตุนั่นเอง และวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มี 5 เคล็ดลับเตรียมรถให้พร้อมก่อน ขับรถช่วงสงกรานต์ มาฝากทุกคนๆ กัน ตามมาดูกันได้เลย 5 เคล็ดลับเตรียมรถให้พร้อมก่อน ขับรถช่วงสงกรานต์  1.เช็คสภาพยางรถยนต์ เนื่องจากในช่วงวันสงกรานต์นั้นถนนจะเปียกและลื่น หากยางรถยนต์ที่ใช้อยู่นั้นมีสภาพดีจะช่วยให้เราควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น เมื่อรู้แบบนี้แล้วเราก็ควรที่จะตรวจสอบสภาพของยางทุกเส้นที่รถเราใช้งานอยู่ รวมถึงยางอะไหล่ด้วย และนอกจากเช็คสภาพแล้วควรที่จะดูในส่วนของลมยางด้วย ควรเติมให้ลมยางอยู่ในระดับที่กำหนดไว้เสมอ  หากว่ายางรถที่ใช้อยู่นั้นเก่าและใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน หรืออาจจะหมดอายุการใช้งาน ก็ขอแนะนำเปลี่ยนใหม่เสียก่อนที่จะขับรถลุยช่วงสงกรานต์ครับ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ของเราเอง 2.ระบบแอร์ในรถ พูดถึงเมษาหลายๆ คนคงรู้กันดีนะครับว่าบ้านเรานั้นร้อนขนาดไหน ซึ่งหากว่าเราไม่มีการตรวจเช็คระบบแอร์ในรถ เช่น แอร์ พัดลมแอร์ น้ำยาแอร์ เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพดี แล้วไปเกิดเหตุแอร์เสียกลางทางระหว่างขับรถช่วงสงกรานต์ ก็คงไม่ต้องบอกนะว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป หากรถยังวิ่งได้ก็ยังพอจะเปิดกระจกรถเพื่อรับลมได้ แต่ถ้าหากเส้นทางที่เลือกไปนั้นรถติดก็คงไม่ต้องคิดเลยนะครับว่าจะชวนหงุดหงิดขนาดไหน เหงื่อไหลเปียกเสื้อกันถ้วนหน้าแน่นอน นี่ยังไม่รวมว่าจะโดนสาดน้ำเข้ามาในรถจนทรัพย์สินเราอาจจะเสียหายได้อีกนะครับ แค่คิดถึงผลที่จะตามมาแล้วเราก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้กับเราก็จะเป็นการดีที่สุดครับ 3.ของเหลวต่างๆ ในรถ […]

อ่านเพิ่มเติม

รถยนต์ไฟไหม้ ประกันภัยรถยนต์จะคุ้มครองไหม?

หากพูดถึงรถไฟไหม้หลายๆ คนก็คงว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไกลตัว แต่อันที่จริงนั้นกลับใกล้ตัวเรามากๆ เพราะมักจะมีข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ไฟไหม้อยู่เสมอๆ ดังนั้นเราจึงอยากให้คนที่ใช้รถยนต์ได้ศึกษารายละเอียดในส่วนนี้กันไว้ ว่าประกันภัยรถยนต์สามารถช่วยอะไรเราได้ในกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้รถขึ้น โดยวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็ได้นำรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถไฟไหม้และความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์มาแนะนำให้ทราบกัน มีรายละเอียดดังนี้ รถยนต์ไฟไหม้ประกันภัยรถยนต์จะคุ้มครองไหม? – ประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครองในกรณีไฟไหม้นี้ด้วย โดยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 2 และ 2 พลัส (2+)  จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ไฟไหม้รถในทุกกรณีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำ ส่วนประกันภัยรถยนต์ชั้นที่ 3 และ 3 พลัส (3+)  นั้นจะไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1  2 และ 2 พลัส (2+) จะให้คุ้มครองกรณี รถยนต์ไฟไหม้ อะไรบ้าง? – ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1  2 และ 2 พลัส (2+) จะให้ความคุ้มครองและรับผิดชอบค่าเสียหายให้กับรถคันที่ทำประกันไว้ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งที่เกิดจากสาเหตุรถไฟไหม้เอง หรือ ไฟไหม้จากสาเหตุอื่นๆ  โดยความรับผิดชอบที่ทางประกันจะดูแลแบ่งได้เป็น 2 กรณี […]

อ่านเพิ่มเติม