บทความหมวดหมู่ : ประกันรถยนต์

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และเคล็ดลับการเงินดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

3 เรื่องพลาดหาก ขาดประกันรถยนต์

บนท้องถนนนั้นมีแต่ความไม่แน่นอน เพราะอุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาแม้ว่าจะเราจะขับรถแบบระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ทำให้ประกันรถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ที่ทุกคนควรตระหนัก และมีเอาไว้ บางคนอาจจะคิดว่ารถทุกคันมีประกันภาคบังคับอย่าง พ.ร.บ. รถยนต์อยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องมีประกันรถยนต์อื่น ๆ อีกหรอก แต่จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองแค่ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งก็คงยังไม่เพียงพอสำหรับความคุ้มครองที่จะทำให้เราอุ่นใจจริง ๆ วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาคุณผู้อ่านมาพิจารณากันว่า ถ้าขาดประกันรถยนต์ ภาคสมัครใจไป คุณจะพลาดอะไรไปบ้าง พลาดคนช่วยประกันตัวหากเกิดคดี หากมีกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดคดีอาญาที่จะต้องส่งฟ้องศาล ถ้าหากคุณได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ ทางบริษัทประกันก็จะช่วยเหลือทางด้านการประกันตัวให้คุณครับ ช่วยให้คุณสามารถออกมาต่อสู้คดีได้โดยที่ไม่ต้องถูกฝากขัง หรือไม่ต้องรบกวนญาติของคุณในการไปหาเงิน กู้หนี้ยืมสินมาใช้ในการประกันตัวคุณ พลาดตัวช่วยคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การทำประกันรถยนต์ไว้จะช่วยคุ้มครองค่าความเสียหายต่อตัวรถยนต์  ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ซึ่งการทำประกันแบบนี้เอาไว้ จะช่วยผ่อนภาระเรื่องค่าใช้จ่ายของคุณลงไปได้อย่างมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม พลาดคนช่วยเจรจาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หลาย ๆ คน มักทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับคู่กรณีอย่างไร แต่ถ้าคุณได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ถือเป็นโชคดีของคุณ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก เพียงแค่โทรแจ้งบริษัทประกันภัยว่าคุณเกิดอุบัติเหตุ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยเจรจากับคู่กรณีให้ภายในเวลาไม่นาน […]

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคเลือกกล้องติดรถยนต์ให้โดนใจ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะขับรถด้วยความระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่จะช่วยเราได้มากในการหาที่มาที่ไปของเหตุ นั่นคือ “กล้องติดหน้ารถ” นั่นเองครับ แต่จะเลือกมาติดรถทั้งที ต้องเลือกอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากกันครับ ความละเอียดของภาพ แน่นอนครับว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกกล้องติดหน้ารถ ก็คือ ความละเอียด เพราะยิ่งกล้องมีความละเอียดสูงเท่าไหร่ ความคมชัดก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น เพราะความคมชัดนั้นจำเป็นมาก เพื่อให้เห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน รวมไปถึงเลขทะเบียนรถยนต์ สำหรับกรณีที่คู่กรณีหนีไปด้วย เลนส์ที่เหมาะกับตอนกลางคืน เราต้องไม่ลืมว่า การใช้รถยนต์มีทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ยิ่งการขับรถในช่วงกลางคืนนั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างง่ายด้วย และมองเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ยากกว่าตอนกลางวัน ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่กล้องหน้ารถจะต้องมีความคมชัดในเวลากลางคืนด้วยเช่นกัน มุมมองกล้อง การเลือกกล้องที่มีมุมมองที่กว้างก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ควรกว้างจนเกินไป จนทำให้ภาพออกมาผิดเพี้ยนครับ ซึ่งโดยมาตรฐานแล้ว ควรมีความกว้างอยู่ที่ 120 องศา เพื่อให้สามารถเก็บภาพได้กว้างมากขึ้น และทำให้ไม่พลาดรายละเอียดของอุบัติเหตุที่อาจจะหลุดจากมุมกล้องที่แคบไปนั่นเอง การบันทึกภาพ และหน่วยความจำ การมีหน่วยความจำที่เยอะ ประโยชน์หลักที่ได้ก็คือ เราไม่ต้องมาระแวงเรื่องความจำในเครื่องเต็ม เพราะการขับรถบนท้องถนน บางทีรถติด หรือขับทางไกล ก็ทำให้ใช้หน่วยความจำมากจนเมมโมรี่เต็ม แต่ทั้งนี้ หากเลือกกล้องที่มีฟังก์ชันบันทึกภาพต่อเนื่อง โดยบันทึกทับหน่วยความจำที่ได้บันทึกวีดีโอไปแล้วแบบวนลูป ก็จะทำให้เราสามารถบันทึกภาพบนท้องถนนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ […]

อ่านเพิ่มเติม

มาทำความรู้จักการเคลมประกัน

ทราบไหมครับว่า ประกันรถยนต์ที่เราได้ทำๆ กันไว้นั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว มีการเรียกประกันมาเพื่อให้ทางประกันได้เข้ามาเจรจากับคู่กรณี และทำเรื่องเคลมประกันรถยนต์ มีการแบ่งการเคลมประกันไว้กี่แบบ และมีอะไรบ้าง ถ้ายังไม่แน่ใจ วันนี้เรามาทำความเข้าใจการเคลมประกันแต่ละแบบเพื่อสิทธิ์ของเรากันครับ เคลมแห้ง เคลมแห้ง หมายถึง การเคลมประกันรถยนต์สำหรับรถยนต์ที่เกิดเหตุมานานแล้ว แต่เพิ่งมาแจ้งกับบริษัทประกันให้ทราบนั่นเองครับ เช่น เราขับรถไปแล้วเกิดไปเฉี่ยวชนทำให้รถเป็นรอยขีดข่วน ถอยหลังชนประตูรั่วบ้านตัวเอง เป็นต้น การเคลมแห้งนั้นมักจะเป็นการเคลมที่ไม่มีคู่กรณี ซึ่งการเคลมแบบนี้จะทำให้ผู้ที่แจ้งเคลมประกันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ เคลมสด เคลมสด หมายถึง การเคลมค่าความเสียหาย ณ ที่เกิดเหตุและยังมีคู่กรณีอยู่ที่สถานที่เกิดเหตุครับ กล่าวคือ การเกิดเหตุรถชนแล้วต่างฝ่ายต่างก็เรียกประกันของตนมาเพื่อเคลมค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ เคลมความเสียหายมาก เคลมความเสียหายมาก หมายถึง การเคลมที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ หรือเกิดเหตุเป็นระยะเวลานานแล้วแต่มีความเสียหายมาก และเพิ่งมาแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน เช่น เราขับรถชนจนเกิดเหตุทำให้รถเราไม่สามารถใช้งานได้ เป็นต้น สุดท้ายนี้อยากจะบอกกับทุกคนว่า ไม่ว่าจะเป็นการเคลมแห้ง หรือเคลมสด หากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว เราก็ควรแจ้งกับบริษัทประกันโดยเร็วจะเป็นการดีที่สุดครับ

อ่านเพิ่มเติม

ประกันชั้น 1 ก็ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างนะ

ถึงแม้ว่าการทำประกันชั้น 1 จะคุ้มครองหลายๆ เรื่อง แต่อย่าคิดว่าการทำประกันชั้น  1  แล้วเราจะขับรถอย่างไรก็ได้นะครับ ซึ่งมีกรณีอะไรบ้างล่ะ ที่ประกันชั้น 1 จะไม่คุ้มครอง เมาแล้วขับ สิ่งที่ประกันชั้น 1 จะไม่รับผิดชอบเลยก็คือ การเมาแล้วขับ หากคุณจะไปเที่ยวปาร์ตี้กับเพื่อนๆ หรือไปงานสังสรรค์ใดๆ ก็ตาม แนะนำอย่าขับรถเองดีกว่านะครับ เพราะหากเราขับรถตอนมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่เงื่อนไขกำหนด แล้วเกิดอุบัติเหตุ นอกจากจะโดนตำรวจจับแล้ว ประกันก็ไม่รับผิดชอบด้วย แข่งรถ หากใครที่ชื่นชอบความเร็ว ชอบขับรถซิ่งบนท้องถนน และเกิดอุบัติเหตุขึ้น บอกเลยนะครับว่าประกันชั้น  1 ไม่คุ้มครอง เพราะทางประกันนั้นจะถือว่าการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุของผู้ขับขี่เอง เสียหายจากการลากจูง ความเสียหายจากการลากจูงนั้น ไม่ว่าจะเป็น การที่เรานำรถของเราไปลากจูงรถคันอื่น หรือรถคันอื่นมาลากจูงรถของเรา แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์ในขณะลากจูง บริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้เช่นกันครับ ตอนนี้เราๆ ก็คงรู้แล้วใช่ไหมละครับว่า ประกันชั้น 1 นั้นก็ไม่ได้คุ้มครองครอบจักรวาล ยังมีสิ่งที่ประกันชั้น 1 นั้นไม่ได้คุ้มครองเอาไว้ด้วย เพราะฉะนั้นใช้รถใช้ถนนกันอย่างระมัดระวังจะดีที่สุด ไม่เป็นอันตรายกับชีวิต และทรัพย์สินด้วยครับ

อ่านเพิ่มเติม

ซื้อประกันรถยนต์แบบออนไลน์ดีอย่างไร?

หมดยุคที่เราต้องเดินทางไปตามสาขา หรือสถานที่ตั้งของประกันรถยนต์เพื่อซื้อประกัน หรือแม้แต่การโทรเช็คข้อมูลต่างๆ ของประกันรถยนต์เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละเจ้าแล้วจริงๆ เพราะยุคแห่งอินเทอร์เน็ตที่มีบทบาทมากๆ ในชีวิตประจำวันของเรานั้น จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มากมาย วันนี้เลยมีข้อดีของการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์มาฝากทุกคนครับ ประหยัดเวลา แน่นอนครับว่าการที่เราซื้อประกันรถยนต์แบบออนไลน์นั้น ทำให้เรามีเวลามากขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหน หรือต้องมานั่งเสียเวลาฟังตัวแทนประกันจากค่ายต่างๆ อธิบายรายละเอียดกรมธรรม์ ซึ่งอาจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนหรือไม่ครบก็ได้ สะดวกสบาย ด้วยการเปรียบเทียบรายละเอียดที่ง่าย ก็ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และเจอประกันรถยนต์ที่ถูกใจได้ไม่ยากเลย นอกจากนี้การชำระผ่านระบบออนไลน์ก็เป็นช่องทางใหม่ที่สร้างความสะดวกสบายอีกเช่นกัน ดังนั้นจะปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ครับ ว่า การซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์นั้นสะดวกสบายจริงๆ ประหยัดเงินในกระเป๋า เนื่องจากประสิทธิภาพในการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่ง่าย จากเว็บไซต์ของบริษัทประกันรถยนต์เอง หรือเว็บไซต์ที่รวบรวมประกันรถยนต์ของหลายๆ บริษัทไว้ ก็ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างลึกขึ้นมีข้อมูลกรมธรรม์ต่างๆ อย่างครบถ้วน แถมยังไม่ถูกโน้มน้าวให้ซื้อของแพงอีกด้วย ทำให้มีเวลาในการตัดสินใจ และความรอบคอบในการเปรียบเทียบข้อมูลจนได้ประกันที่โดนใจ ช่วยให้ประหยัดเงินได้นั่นเองครับ การซื้อประกันรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปนะครับ และหากคุณกำลังต้องการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ให้คุ้มแบบสุดๆ www.moneyguru.co.th ก็ช่วยคุณได้นะครับ เพราะเราเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำของประเทศไทยให้คุณประหยัด เพียงแค่ 1 นาที เท่านั้น!

อ่านเพิ่มเติม

ทำอย่างไร ให้เบี้ยประกันรถถูก

ใครๆก็อยากได้ของที่ราคาถูกและดีกันทั้งนั้นใช่ไหมละครับ แล้วการทำประกันรถยนต์เราก็คงอยากได้ประกันรถยนต์ที่ดี ครอบคลุมในสิ่งต่างๆ และราคาก็ควรที่จะอยู่ในราคาที่เราต้องการหรือยอมรับกับราคานั้นได้ใช่ไหมละครับ แต่การที่จะทำประกันยังไงให้ได้ราคาที่ถูกและดีนั้นต้องทำอย่างไร เราไปดูพร้อมๆกันดีกว่าครับ พูดคุยต่อรองกับตัวแทน หลายๆคนมักไม่ค่อยชอบพูดคุยกับตัวแทนขายประกันมากนัก แต่จริงๆแล้วเราควรพูดคุยกับตัวแทนประกันนะครับ เพราะเราสามารถพูดคุยต่อรองราคาเบี้ยประกันรถยนต์กับตัวแทนขายประกันได้ หรือเราจะสอบถามโปรโมชั่นพิเศษต่างๆได้นะครับ หรือเรายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกประกันตัวไหนก็สามารถสอบถามเพื่อให้ตัวแทนนั้นหาแพคเกจดีๆ ที่เหมาะสมกับตัวเราเองได้นะครับ ระบุค่าเสียหายส่วนแรกหรือผู้ขับขี่ ในการทำประกันโดยระบุค่าเสียหายส่วนแรกและการระบุชื่อผู้ขับขี่รถคันนั้น จะช่วยให้เราได้รับค่าเบี้ยประกันที่ถูกลงและประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้เป็นอย่างมากเลยนะครับ แถมความคุ้มครองที่ได้รับก็ยังคุ้มครองครอบคลุมเหมือนเดิมด้วย ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการทำประกันแต่ละครั้ง ไม่ว่าเราจะทำกับบริษัทประกันเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทประกัน เราก็ควรที่จะบอกรายละเอียดข้อมูลรถยนต์ของเราให้ครบถ้วนด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเคลม หรือมีการต่อเติมเสริมแต่งรถยนต์ของเราในส่วนไหนบ้าง เพราะหากในกรณีที่เราบอกข้อมูลไม่หมดแล้วทางบริษัทประกันมาตรวจพบเจอในภายหลัง เราก็อาจจะเสียค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นนะครับ ก่อนทำประกันทุกครั้งก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำนี้ลองไปใช้กันดูนะครับ และก็อย่าให้ความสนใจกับราคามากเกินไปจนมองข้ามความคุ้มครองที่จะได้รับจากกรมธรรม์นั้นๆด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

ข้อเสียของการเคลมประกันบ่อย

คงพูดได้เต็มปากว่า ไม่มีใครหรอกครับที่อยากเกิดอุบัติเหตุในขณะขับขี่ แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเราก็ต้องโทรแจ้งบริษัทประกันเพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาและจะได้ส่งเรื่องเคลมรถของเราต่อไป บางคนขับรถทั้งปีไม่เคยเกิดเหตุเฉี่ยวชนเลยก็ดีไป แต่รู้ไหมครับว่า การส่งเคลมบ่อยๆ จะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักทีเดียวนะครับ เพราะการส่งเรื่องเคลมบ่อยๆ อาจจะส่งผลเสียมากกว่าที่คิด อย่างเช่น ไม่ได้รับส่วนลด โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทประกันรถยนต์มักจะมีการให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันประวัติดีให้แก่ลูกค้าที่ไม่มีการเรียกเคลมประกันเลยในปีที่ผ่านมา หรือเรียกเคลมประกันโดยที่เราเป็นฝ่ายถูกหรือมีการเรียกเคลมที่มีค่าเสียหายไม่เกิน 200%ของเบี้ยประกันรถยนต์ครับ ถ้าหากคุณมีการเรียกเคลมบ่อยก็จะไม่ได้รับส่วนลดในส่วนนี้ได้ครับ เบี้ยประกันสูงขึ้น ปัจจัยหลักๆที่จะทำให้เบี้ยประกันในปีถัดไปสูงเพิ่มขึ้นก็คือ การที่เราเรียกเคลมประกันบ่อยๆยังไงละครับ ดังนั้นหากคุณอยากได้เบี้ยประกันที่ถูกลงในทุกๆปี ก็ต้องระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นนะครับ เสี่ยงถูกยกเลิกกรมธรรม์ จริงอยู่ที่ว่าหากเราทำประกันไว้แล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเกิดขึ้น ทางบริษัทประกันก็จะต้องช่วยรับผิดชอบต่อค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รถของเราและคู่กรณีในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด แต่จริงๆแล้วนั้นหากว่าคุณมีการเรียกเคลมประกันอยู่บ่อยครั้งมากเกินไป หรือ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บริษัทประกันก็มีสิทธิ์ที่จะยกเลิกกรมธรรม์ประกันที่เราได้ทำเอาไว้ได้นะครับ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรขับรถกันอย่างรอบคอบและระมัดระวังกันด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะได้เบี้ยประกันที่ถูกลงแถมรถของเราก็ไม่เกิดความบอบช้ำจากการซ่อมอีกด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 3+ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ เพราะประกันชั้น3+ นั้นมีเบี้ยประกันที่ไม่แพงมาก เหมาะสำหรับบุคคลที่อยากได้รับความคุ้มครองรถของเราแต่ไม่มีกำลังเงินมากนัก แนะนำเลยครับว่าประกันชั้น 3+ จะตอบสนองความต้องการของคุณได้มากเลยทีเดียวครับ แล้วเจ้าประกันชั้น3+นั้นมีดียังไง และช่วยคุ้มครองอะไรบ้างนั้นวันนี้เรามีข้อมูลดีๆมาให้ครับ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ประกันชั้น 3+ จะช่วยคุ้มครองต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ รวมถึงความปลอดภัยของบุคคลภายนอกด้วย ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา หากเราขับรถไปชนคันอื่น ประกันชั้น 3+ จะช่วยดูแลคุ้มครองทรัพยสินของคู่กรณีให้ตามทุนประกันที่เราได้เลือกเอาไว้ครับ คุ้มครองรถเรา หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันชั้น 3+ ก็สามารถช่วยซ่อมแซมความเสียหายให้แก่รถของเราได้ครับ แต่ประกันชั้น 3+ นั้นจะคุ้มครองแค่ในกรณีที่มีคู่กรณีเท่านั้นครับ หากเราขับไปชนกำแพงหรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่เหตุการณ์รถชนกัน ประกันชั้น 3+ จะไม่ได้คุ้มครองในส่วนนี้นะครับ ช่วยทางด้านกฎหมาย หากเราขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ทางประกันชั้น 3+ จะช่วยประกันตัวเราในคดีอาญาที่ต้องส่งฟ้องศาลครับ แต่ความคุ้มครองก็ขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เราได้เลือกเอาไว้นะครับ การมีประกันรถเอาไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจได้ในหลายๆเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลหรือแม้กระทั้งค่าซ่อมแซมรถของเราและผู้อื่นหากเกิดอุบัติเหตุได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม

คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนทำประกันรถยนต์

ก่อนที่เราจะทำอะไรก็ต้องเริ่มจากการเรียนรู้และความเข้าใจใช่ไหมละครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะไปทำประกันรถยนต์ เราก็ควรที่จะรู้คำศัพท์ที่ควรรู้เอาไว้ก่อนไปทำประกันเช่นกันครับ เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆในกรมธรรม์ได้อย่างถูกต้องครับ รู้อย่างนี้เราแล้วไปดูรายละเอียดของคำศัพท์ที่จะมานำเสนอกันดีกว่าครับ ครอบคลุมบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ หากเราเจอประโยคแบบนี้ตอนเวลาเราไปทำประกัน ให้เรารู้เอาไว้เลยครับว่ากรมธรรม์ฉบับนี้ คุ้มครองครอบคลุมภายนอก และผู้โดยสารภายในรถ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแก่ชีวิต บาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินครับ Deductible หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก นั้นก็คือ จำนวนเงินที่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ทำประกัน ในกรณีที่เราตกลงทำค่าเสียหายส่วนแรก บริษัทก็จะลดเบี้ยประกันลงให้เท่ากับค่าเสียหายส่วนแรกที่เราสมัครใจทำไปครับ ซึ่งก็คือหากเกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี เราจะต้องจ่ายค่าเสียหายในส่วนแรกตามที่เราตกลงกับทางประกันเอาไว้ครับ No-claim bonus หรือ ส่วนลดเบี้ยประวัติดี No-claim bonus หรือ ส่วนลดเบี้ยประวัติดี ก็คือ ส่วนรถที่เราจะได้รับเมื่อต่ออายุประกันในปีถัดไปนั่นเองครับ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า ในปีที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้เคลมประกันเลย หรือหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เราก็ต้องเป็นฝ่ายถูก ก็จะทำให้เรามีประวัติที่ดีและได้รับค่าส่วนลดในปีถัดๆไปได้ครับ เคลมประกัน เคลมประกัน คือ การเรียกร้องสิทธิที่เราควรได้รับเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องนี้จะเป็นทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินครับ เห็นไหมละครับว่าการที่เราได้ทำการเรียนรู้อะไรก่อนที่จะลงมือทำ จะเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเราเองได้ครับ หากเพื่อนๆคนไหนกำลังจะไปทำประกันรถ ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีและอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วนด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรรู้ในการเคลมประกันรถยนต์

อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ว่าเราจะระมัดระวังแค่ไหน มีสติและไม่ประมาทในการขับขี่แค่ไหน แต่หากผู้ที่ใช้รถใช้ถนนรอบๆตัวของคุณไม่ได้มีความระมัดระวังแบบคุณ อุบัติเหตุก็มักจะเกิดขึ้นได้ครับ แล้วเราจะทำยังไงดีหากมีเหตุพลาดพลั้งไปทำให้เราเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์อันเป็นที่รักของเรา จะต้องเตรียมตัวเตรียมพร้อมยังไงในการส่งเรื่องเคลมค่าเสียหายต่างๆ ไปดูกันดีกว่าครับหากเราเกิดอุบัติเหตุแล้วเราควรที่จะต้องทำอะไรบ้าง หากไม่มีคนผิดโดยชัดเจน หากเกิดอุบัติเหตุโดยที่ไม่มั่นใจว่าใครถูกใครผิดกันแน่สิ่งที่ควรทำก็คือ อย่าเคลื่อนย้ายรถจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาทำเครื่องหมายและรีบติดต่อประกันของเราพร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พนักงานรับฟัง หากเราไม่ใช่คนผิด ในกรณีที่เราไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ให้เราจดทะเบียนรถ ชื่อ และที่อยู่ของคู่กรณีของเรา และโทรหาประกันรถยนต์ของเราทันที หากเรามีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เราสามารถร้องขอให้เค้าเป็นพยานให้แก่เราได้ครับ หากเราเป็นฝ่ายผิด ในกรณีที่เราเป็นผู้กระทำผิดสิ่งแรกที่ควรทำเลยคือ รีบโทรหาประกันของคุณทันทีเลยครับ และอย่าเพิ่งไปลงนามหรืออะไรก็ตามที่ประกันอีกฝ่ายยื่นมาให้เราเซ็นชื่อครับ รอให้ประกันเรามาก่อน หากเรายอมรับผิดแล้วก็สามารถเลื่อนรถออกจากที่เกิดเหตุไปข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรครับ ชนแล้วหนี หากเกิดเหตุการณ์ชนแล้วหนี เราควรตั้งสติให้ดีๆครับและรีบจดจำทะเบียนรถของคู่กรณี ยี่ห้อรถ สีรถ และสิ่งที่เป็นสัญลัษณ์ของรถคู่กรณีให้ดีครับ และรีบไปแจ้งความเพื่อใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไปครับ   อย่าลืมนะครับว่า หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะกรณีอะไรก็ตามไม่ว่าเราจะผิดหรือไม่ผิด เราก็ควรตั้งสติให้ดีๆครับ และที่สำคัญหากเราได้ทำการเคลมประกันแล้ว อย่าลืมเก็บใบเคลมที่ได้รับมาเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยนะครับ และควรอ่านกรมธรรม์ให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าเราได้รับการคุ้มครองอะไรบ้างเพื่อที่เราจะได้ไม่เสียผลประโยชน์นะครับ

อ่านเพิ่มเติม

อะไรบ้างที่มีผลต่อ เบี้ยประกันรถยนต์

เคยสงสัยกันไหมละครับว่า ทำไมราคาเบี้ยประกันของเรากับของเพื่อนๆหรือของคนในครอบครัวของเรานั้นมีราคาไม่เท่ากันเลย บางคนก็เสียเบี้ยประกันถูกกว่าเรา บางคนก็มีเบี้ยประกันมากกว่าเราทั้งๆที่เราก็ทำประกันที่บริษัทประกันเดียวกันแท้ๆแต่ทำไมราคาไม่เท่ากันเลย หากเพื่อนๆยังคงมีข้อสงสัยเรื่องนี้อยู่วันนี้เรามาหาคำตอบกันดีกว่าครับ เพศและอายุ เนื่องจากสถิติในการขับขี่รถนั้น ผู้ชายโดยเฉพาะวัยรุ่นนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้หญิงวัยรุ่นจึงทำให้ผู้ชายวัยรุ่นนั้นอาจจะมีเบี้ยประกันที่แพงกว่า ในขณะที่ผู้ชายสูงอายุจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้หญิงสูงอายุจึงทำให้มีเบี้ยประกันที่ถูกกว่าได้ครับ ท้องถิ่นที่ขับขี่ สภาพท้องถิ่นที่เราใช้รถก็มีผลต่อเบี้ยประกันเช่นกันครับเพราะหากเราใช้รถในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าท้องถิ่นที่ไม่มีจราจรหนาแน่น จึงทำให้ราคาเบี้ยประกันนั้นถูกและแพงต่างกันได้ครับ ประเภทและยี่ห้อรถ ประเภทรถและยี่ห้อรถแทบจะเป็นปัจจัยหลักของราคาเบี้ยประกันรถยนต์เลยนะครับ ยิ่งรถยนต์ที่มีราคาแพงมากๆก็จะยิ่งมีราคาค่าเบี้ยประกันที่สูงมาก เนื่องจากทางประกันจะพิจารณาความถูกและแพงของการซ่อมแซมรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุด้วยครับ เพราะยิ่งรถมีราคาสูงอะไหล่ในการซ่อมก็แพงตามครับ ประวัติการขับ หากคุณไม่เคยมีประวัติการเคลมเลย เท่ากับว่าคุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดอุบัติเหตุส่งผลทำให้เรามีเบี้ยประกันที่ถูกลงตามไปด้วย ในขณะที่คนที่เคลมบ่อยๆก็จะทำให้มีค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้นตามครับ เป็นยังไงกันบ้างละครับหายสงสัยกันบ้างรึเปล่า ต่อไปนี้หากเพื่อนๆอยากมีเบี้ยประกันที่ถูกลงหลักการง่ายๆเลย ก็แค่ขับขี่รถด้วยความระมัดระวังไม่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือไม่มีประวัติการเคลมเลยก็จะทำให้เบี้ยประกันรถถูกลงได้ครับ ต่อให้เราใช้รถราคาแพงหรืออยู่ในจุดที่มีจราจรหนาแน่นก็ตาม หากเรามีประวัติการขับขี่ที่ดีก็ทำให้เบี้ยประกันลดลงได้นะครับ

อ่านเพิ่มเติม

ซื้อประกันรถยนต์ทั้งที เลือกเจ้าไหนดี ถึงคุ้มสุด!

จะเลือกซื้อประกันรถทั้งทีมันก็ต้องพิถีพิถันกันหน่อยใช่ไหมละครับ ก็กว่าเราจะมีรถสักคันนึกมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราก็ต้องอยากได้ประกันรถยนต์ที่ดี เพื่อจะได้มาคอยดูแลรถยนต์ที่เรารัก แต่เราจะมีวิธีคัดเลือกหรือเปรียบเทียบประกันค่ายต่างๆ ยังไง ต้องดูตรงไหนว่าที่ไหนดี ดูยังไงว่าคุ้มค่าและราคาเหมาะสม หากคุณยังไม่รู้ว่าจะต้องเลือกดูจากไหนเอาอะไรมาเปรียบเทียบกันบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ ข้อจำกัดความคุ้มครอง ก่อนที่จะเลือกทำประกันที่ไหนก็ตามต้องอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนนะครับ เพราะในแต่ละกรมธรรม์จะมีการคุ้มครองในส่วนต่างๆที่ต่างกันไป เราต้องเปรียบเทียบและมองหาความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่คุ้มครองในส่วนที่เราต้องการ และเช็คให้ดีว่ามีข้อจำกัดความคุ้มครองอะไรบ้าง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อประกันครับ เบี้ยประกัน อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสนใจในการเปรียบเทียบก็คือ เบี้ยประกันครับ เราก็ควรเลือกดูว่าเบี้ยประกันที่ไหนที่เรามองแล้วว่าคุ้มค่าที่เราจะจ่ายเงินซื้อประกัน และราคาตรงใจเรามากที่สุด ค่าเสียหายส่วนแรก หลายๆคนอาจจะยังไม่เข้าใจคำๆนี้ ค่าเสียหายส่วนแรกก็คือ จำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายเองก่อนเมื่อคุณจะเคลมค่าเสียหายรถของคุณและส่วนที่เหลือประกันก็จะเป็นผู้จ่ายให้ครับ ในส่วนนี้เราก็ต้องอ่านรายละเอียดให้ดีด้วยนะครับ เพราะยิ่งค่าเสียหายส่วนแรกน้อย เบี้ยประกันก็จะแพงขึ้นครับ เราก็ลองนำไปเปรียบเทียบกับหลายๆบริษัทประกันก่อนตัดสินใจซื้อครับ การบริการ แน่นอนครับ ใครๆก็อยากได้รับการบริการที่ดี สะดวก รวดเร็ว ในส่วนๆนี้เราอาจต้องลองหาคำวิจารณ์ต่างๆตามอินเตอร์เน็ต ลองดูว่าหลายๆคนที่เค้าทำประกันกับบริษัทนี้มีความพึงพอใจยังไง ที่ไหนมีคำวิจารณ์ที่ดีเราก็เก็บไว้เป็นตัวเลือกดีๆให้กับเราได้ครับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีให้เพื่อนๆลองนำไปเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อประกันรถยนต์กับบริษัทประกันต่างๆ อาจจะดูยุ่งยากไปนิดแต่เพื่อนรถยนต์ที่เรารักและเพื่อความคุ้มครองที่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไปก็คุ้มค่าที่จะลองทำและนำมาพิจารณาตัดสินใจนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อซื้อรถยนต์

ใครๆก็อยากจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น แต่มันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการหาเงินซักก่อนเพื่อเอาไปดาวน์รถยนต์ในฝันของเรา ยิ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ไม่ค่อยมากด้วยแล้วยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ เราจึงจำเป็นที่จะต้องยื่นขอสินเชื่อรถยนต์ แต่หลายๆครั้งผู้ขอสินเชื่อมักจะประสบปัญหาในการผ่อนชำระในแต่ละเดือน ไม่สามารถผ่อนชำระได้จึงอาจทำให้ถูกยึดรถที่รักไปก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจในการยื่นขอสินเชื่อรถยนต์แล้วเราก็ควรมาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนนะครับเพื่อไม่ให้ประสบปัญหาต่างๆมาดูกันดีกว่าครับว่าเราควรเตรียมตัวกันยังไงกันบ้าง เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม การจะซื้อรถยนต์ด้วยการขอสินเชื่อนั้น ส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินที่เราเข้าไปยื่นขอนั้นจะให้เราวางเงินดาวน์ที่ขั้นต่ำ 5% ของราคารถยนต์ หรือบางสถาบันการเงินก็อาจจะให้เราวางเงินดาวน์ที่สูงกว่า 5 % ก็ได้ครับ ทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ย หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อ เนื่องจากส่วนใหญ่ทางสถาบันการเงินมักจะแจ้งอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี แต่ไม่ได้คิดรวมดอกเบี้ยรายวันด้วย ซึ่งเรื่องนี้เราต้องศึกษาให้ดีก่อนที่เราจะไปยื่นขอสินเชื่อด้วยนะครับ จ่ายตรงเวลา เรื่องนี้สำคัญมากๆนะครับเพราะหากเราไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ตามที่กำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา เราก็จะถูกสถาบันการเงินปรับค่าชำระล่าช้าพร้อมกับดอกเบี้ยรายวัน เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรที่จะผิดนัดในการชำระค่างวดรถยนต์นะครับ หากเราไม่สามารถชำระค่างวดรถยนต์ภายใน 3 เดือน เราก็อาจจะถูดยึดรถที่รักของเราไปได้นะครับ การมีรถยนต์เป็นของตัวเองไม่ใช้เรื่องที่ยากมากมายนักหากเรามีศักยภาพเพียงพอในการซื้อรถยนต์แต่หากเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ก่อนที่เราจะอยากได้รถยนต์ซักคันและตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อรถยนต์แล้วนั้น อย่าลืมตรวจสอบขีดความสามารถทางการเงินของเราให้ดีและมีระเบียบวินัยในการชำระหนี้สินที่เรากู้มาด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

รถป้ายแดง ขับยังไงให้ถูกกฏหมาย

ออกรถใหม่ทั้งที่ก็ควรรู้ข้อกฎหมายกันบ้างนะครับ การขับรถให้ถูกกฎจราจรแล้วเราก็ควรใช้รถให้ถูกกฎหมายด้วยนะครับ คนที่เพิ่งออกรถใหม่ทุกคัน แน่นอนครับว่าเราจะต้องได้ป้ายสีแดง แล้วมักก็จะถูกตำรวจเรียกตรวจอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่าครับว่าการขับรถป้ายแดงให้ถูกกฎหมายนั้นเราควรทำกันยังไง 1.จดรายละเอียดก่อนเดินทาง รถใหม่ป้ายแดงนั้นจะมีสมุดคู่มือมาให้เราด้วยเพื่อให้เรานั้นกรอกรายละเอียดในการใช้รถเดินทางไปไหน แนะนำว่าก่อนเดินทางเราควรกรอกรายละเอียดทุกครั้ง เพื่อเวลาเจอด่านตรวจเราจะได้ไม่ต้องโดนค่าปรับตามกฎหมายรถป้ายแดงได้นะครับ 2.คำนวณเวลาไปกลับให้ดี ขับรถป้ายแดงก็ต้องทำใจหน่อยนะครับเพราะมีข้อจำกัดเวลาในการใช้บนท้องถนนตามกฎหมาย เพราะรถใหม่ป้ายแดงนั้นสามารถใช้วิ่งบนท้องถนนช่วงเวลา 6.00 – 18.00 น. เพียงเท่านั้น แต่ก็ยังอนุโลมให้ใช้ได้ถึง 20.00 น. เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางคำนวนเวลาไปกลับให้ดีนะครับจะได้ไม่เสียค่าปรับหากเจอด่านตรวจ 3.ห้ามวิ่งข้ามจังหวัด รถใหม่ป้ายแดงข้ามวิ่งข้ามจังหวัดนะครับ อีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆคนไม่รู้ แต่ถ้าหากเรามีเหตุจำเป็นจริงๆที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดจริงๆเราก็สามารถใช้รถป้ายแดงเดินทางข้ามจังหวัดได้นะครับ แต่เราจำเป็นที่จะต้องไปข้ออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ขนส่งเพื่อขออนุโลมให้ใช้รถป้ายแดงเดินทางข้ามจังหวัดได้ 4.ป้ายแดงใช้ได้แค่ 30 วันเท่านั้น หลายๆคนอาจจะใช้ป้ายแดงเกินกำหนดตามที่กฎหมายได้ระบุไว้อาจจะเพราะหลายๆสาเหตุก็ตามไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมรถจดทะเบียนให้เราล่าช้าหรือหลายๆคนอาจจะใส่ลากยาวไม่ยอมเปลี่ยนแต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ป้ายแดงเกินกำหนดนั้นผิดกฎหมายนะครับ อย่าลืมนะครับถ้าไม่อยากเสียค่าปรับเราก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎจราจรและทำให้ถูกกฎหมายด้วยนะครับ การใช้รถป้ายแดงนั้นมีแต่ความยุ่งยากและข้อจำกัดมากมาย ถ้าได้ป้ายขาวมาแล้วก็รีบเปลี่ยนนะครับ เพื่อความสะบายใจในการขับขี่และไม่ต้องกังวลใจเมื่อเจอด่านตรวจแถมไม่ต้องยุ่งยากในการเดินทางไปไหนมาไหนด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

ข้อดีของการซื้อประกันรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์

เชื่อว่าใครๆก็อยากได้ของถูกและดีใช่ไหมละครับ การที่เราจะเลือกซื้อประกันทั้งทีเราก็ต้องอยากได้ประกันที่ถูก ดี และคุ้มครองในสิ่งที่เราต้องการได้ใช่ไหมละครับ แต่เราจะซื้อประกันผ่านผ่านโบรกเกอร์ หรือเราจะซื้อประกันผ่านบริษัทโดยตรงดีกว่า หลายๆคนอาจจะบอกว่าต้องซื้อผ่านบริษัทโดยตรงสิดีกว่าจะไม่ต้องเสียค่านายหน้านู้นนี่ แต่คุณหรือไม่ครับว่าจริงๆแล้วการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์มีข้อดีมากมาย ไปดูกันดีกว่าครับว่าทำไมการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์นั้นดีกว่าการซื้อประกันผ่านบริษัทโดยตรง ได้ราคาที่ถูกกว่า เชื่อหรือไม่ละครับว่าการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์นั้นได้ราคาที่ถูกกว่าการซื้อประกันผ่านบริษัทโดยตรง นั่นก็เพราะว่า โบรกเกอร์นั้นมีฐานลูกค้ามากมายและมีการติดต่อกับบริษัทประกันอีกหลายๆแห่ง ทำให้โบรกเกอร์นั้นสามารถต่อรองและเสนอส่วนลดให้เราได้ดีกว่ายังไงละครับ ข้อเสนอและโปรโมชั่นมากมาย แน่นอนครับว่าถ้าเราไปซื้อกับบริษัทโดยตรงเราก็ต้องไปถามข้อมูลหลายๆบริษัท แต่ถ้าเรามาซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปหาข้อมูลที่ไหนเพิ่มเติม เนื่องจากโบรกเกอร์นั้นมีข้อมูลบริษัทประกันหลายๆแห่ง อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นมากมายมาให้เราเลือกได้อย่างพึงพอใจครับ ท้ายที่สุดแล้วการเลือกซื้อประกันก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของตัวเราเองนะครับ ทุกคนย่อมอยากได้สิ่งที่ดีให้กับตัวเอง แต่จะดีกว่าไหมหากเรามีโบรกเกอร์ประกันภัยค่อยช่วยเหลืออยู่เคียงข้างและดูแลคุณยามเมื่อเกิดเหตุต่างๆนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมเราต้องต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้า

จะรีบต่อประกันไปทำไมเดี๋ยวใกล้ๆหมดค่อยต่อก็ได้ หรือ เหลืออีกตั้ง 1 เดือนจะรีบต่อไปทำไม หลายๆคนมักจะคิดกันแบบนี้ใช่ไหมละครับ พอเอาเข้าจริงๆเราก็มักจะลืมไปแล้วว่าประกันภัยรถยนต์ของเรานั้นใกล้จะหมดแล้วจนในที่สุดเราก็ลืมต่อประกัน ทำให้เราไม่ได้รับการคุ้มครองอีกต่อไปถ้าหากเราดันประสบอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุเฉี่ยวชนขึ้นมา เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเรามาดูกันดีกว่าครับว่า เพราะอะไรทำไมเราจึงควรที่จะต้องต่อประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้า คุ้มครองรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เมื่อประกันรถยนต์ของเราสิ้นสุดลงในปีเก่า ทำให้เราได้รับคุ้มครองทันที ไม่ต้องกังวลในการขับขี่หรือต้องมานั่งกังวลว่าเราต่อประกันไปแล้วหรือยัง มีเวลาตัดสินใจในการเลือกษริษัทประกันภัยรถยนต์ เมื่อเราวางแผนที่จะต่อประกันล่วงหน้า ทำให้เรามีเวลาในการคิดและพิจารณาเลือกหาบริษัทประกันที่เราต้องการ หรือ มีเวลาในการคิดว่า เราจะต่อประกันกับบริษัทเดิมดีหรือไม่ เบี้ยประกันที่ไหนคุ้มค่ากว่ากัน วางแผนการใช้เงินในอนาคตของเราได้ เชื่อว่าทุกๆคนมักจะต้องคำนวนเม็ดเงินที่เราต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกันทุกคน การที่เราทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าทำให้เราคำนวนการใช้จ่ายของเราไม่ให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา หากเราไม่ได้วางแผนการทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าไว้นั้น เมื่อถึงเวลาต่อประกัน เราอาจจะไม่มีเงินพอหรือกระทบกระเทือนการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราได้ เห็นไหมละครับว่า การทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้านั้น มีข้อดีมากมาย อีกทั้งยังทำให้เราสามารถวางแผนทางการเงินของเรา และยังสามารถทำให้เราขับขี่ได้อย่างสบายใจไร้กังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดการเฉี่ยวชนใดๆ และยังทำให้เรามีเวลาเลือกหาประกันที่ให้ผลตอบแทนของเราได้อย่างตรงตามที่เราต้องการได้ครับ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าก่อนที่ประกันในปีเก่าของเราจะหมดด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคต่อประกันรถยนต์ ชั้น 1 ยังไงให้ได้ราคาที่ถูกลง

เชื่อว่าทุกๆคนก็ต้องการของที่ดีแต่ราคาถูกใช่ไหมละครับ ถ้าพูดถึงประกันรถยนต์ ก็ต้องประกันชั้น 1 เท่านั้น ที่ช่วยคุ้มครองค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เนื่องจากราคาค่อนข้างแพงพอสมควร หลายๆคนจึงเลือกประกันชั้น 2 หรือ 3 แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงทำประกันชั้น1 ยังไงให้ได้ราคาที่ถูกลงกันครับ มาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายของเราได้บ้าง ทำประกันแบบกลุ่ม การทำประกันแบบนี้จะได้ส่วนลดเพิ่มประมาณ 10 % แถมยังช่วยให้รถเก่าที่มีอายุเกิน 7 ปี สามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ แต่ มีเงื่อนไขว่าจะต้องทำพร้อมกันตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป และทางเจ้าของรถทั้งสามคันก็จะต้องมีสนามสกุลเดียวกันเท่านั้น ขับรถดีไม่มีประวัติ วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การต่อประกันถูกลงในแต่ละปี นั่นก็คือ คุณจะต้องขับรถไม่ให้เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง หากไม่มีการเคลมในปีที่ 1 ก็จะลดลง 20 % ส่วนปีที่ 2 ลด 30% แต่ละปีจะลดลงไปเรื่อย ๆ ต่อประกันกับทางบริษัทโดยตรง จริงๆแล้วเราสามารถต่อประกันกับทางบริษัทได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้า ซึ่งอาจจะได้ค่าเบี้ยประกันถูกกว่าด้วย ในขณะที่นายหน้าบางรายอาจจะมีการอ็อพชั่นเสริม อย่างเช่น รถสำรองใช้ หรือมีเงินทดแทนระหว่างซ่อม ก็ลองเลือกและพิจารณาราคากันดูครับ ทำประกันระบุขับขี่ […]

อ่านเพิ่มเติม

รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน?

รถกระบะ ถือได้ว่าเป็นรถที่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างมาก โดยจะพบเห็นได้มากตามร้านค้าหรือบริษัทต่างๆ ส่วนตามบ้านที่พักอาศัยก็พบเห็นได้บ่อยครั้งเช่นกัน นอกจากจะใช้เดินทางทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้ในการขนบรรทุกสิ่งของมากๆ ได้อีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าในหลายๆ บ้าน ร้านค้า หรือบริษัทนั้น เลือกที่จะมีรถกระบะไว้ใช้งานบรรทุกสิ่งของ เพราะรถกระบะนั้นสามารถบรรทุกได้มากกว่ารถเก๋งพอสมควรนั่นเอง แต่อันที่จริงแล้วก็ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน เนื่องจากว่ารถทั้งสองประเภทนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานแตกต่างกันอยู่แล้ว จึงต้องมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ว่าแล้ววันนี้ MoneyGuru.co.th ก็จะพาไปดูว่า รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน? เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลให้คนที่ชื่นชอบหรือสนใจรถกระบะไว้ใช้ในตอนตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถยนต์กันครับ โดยปกติแล้วรถยนต์ทุกคันนั้นจะต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ อย่าง พ.ร.บ. ตามกฎหมายติดรถไว้อยู่แล้ว เพื่อไว้ใช้คุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถกัน แต่ทว่าหลายๆ คนนั้นอาจจะรู้สึกอยากได้ความอุ่นใจในการขับขี่ให้มากขึ้น รวมถึงความคุ้มครองต่อค่าเสียหายต่างๆ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จึงเลือกที่จะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติม แต่ก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า แล้ว รถกระบะจะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบไหนดีล่ะ ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่า รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน? รถกระบะนั้นสามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทต่างๆ ก็สามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3  ได้เหมือนกับรถเก๋งปกติทั่วไปเลย เพียงแต่รหัสรถยนต์ที่ระบุในกรมธรรม์นั้นจะแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ รหัส 210 – รถยนต์ใช้ส่วนบุคคล รถกระบะที่ใช้ในการบรรทุกสิ่งของไม่เกินกว่า 3 […]

อ่านเพิ่มเติม

รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? และมีดีอย่างไร?

รถยนต์ถือได้ว่าเป็นพาหนะที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียว เพราะใช้ทั้งไปทำงานและทำธุระส่วนตัว หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในแต่ละวันไปแล้วก็ว่าได้ และวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็จะมาแนะนำให้พวกเรานั้นได้รู้จักกับรถยนต์อีกประเภทที่มีการใช้พลังงานที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก นั้นก็คือ รถยนต์ไฮบริด หรือ Hybrid Car นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องรถก็อาจจะสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริด คืออะไร และมีดีอย่างไร? ทำไมถึงน่าสนใจ หากใครอยากรู้ก็ตามมาดูกันได้เลย เรารวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? รถยนต์ไฮบริดหรือ Hybrid Car ก็คือ รถยนต์ที่เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะทำการรวมข้อดีของแหล่งพลังงานแต่ละชนิดเข้าด้วยกัน รวมถึงหลีกเลี่ยงหรือขจัดข้อเสียของแต่ละพลังงานออกอีกด้วย หรือว่าง่ายๆ ก็คือ รถยนต์ที่มีแหล่งกำเนิดพลังงานมากกว่า 1 แห่ง โดยแหล่งกำเนิดพลังงานที่ว่าก็คือ น้ำมันและไฟฟ้า นั่นเอง และรถยนต์ไฮบริดหรือ Hybrid Car แต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น ใช้เครื่องยนต์กับล้อช่วยแรง , มอเตอร์ไฟฟ้ากับล้อช่วยแรง , ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ประเภทเผาไหม้ภายใน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้รถรถยนต์ไฮบริดจึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะทำให้รถของเราสามารถใช้พลังงานได้อย่างสมเหตุสมผลและมีความสมดุลมากขึ้น เรียกได้ว่าช่วยประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รถยนต์ไฮบริดหรือ Hybrid Car […]

อ่านเพิ่มเติม

รถถูกขโมย ต้องทำอย่างไรบ้าง? และประกันภัยให้ความคุ้มครองหรือไม่?

พวกเราที่ใช้รถกันอยู่เป็นประจำย่อมรู้ดีว่า การมีรถซักคันนั้นมีความเสี่ยงต่างๆ มากมาย ทั้งอุบัติเหตุจากการขับขี่ ทั้งความปลอดภัยในการจอดรถ รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะการจอดรถนั้นถือว่าสำคัญมากๆ เพราะในหลายๆ ครั้งที่พวกเราคนขับไม่ได้ระวังให้ดี แล้วนำรถไปจอดในพื้นที่เสี่ยงเกิดเหตุ รถถูกขโมย จนเป็นเหตุให้เกิด รถหาย ขึ้นมาได้ เรียกว่าตอนจอดรถอยู่ครบ กลับมาดูอีกรถหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไม่มีเหลือแม้แต่เงา มีเพียงอากาศและความว่างเปล่าให้เราเท่านั้น ซึ่งหากใครเจอกับเหตุการณ์นี้ก็คงปวดใจไม่น้อยใช่ไหมล่ะครับ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเหตุไม่คาดฝัน ต่อให้ป้องกันมากขนาดไหนก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับเราได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ MoneyGuru.co.th จึงนำข้อมูลในส่วนของ กรณี รถถูกขโมย ต้องทำอย่างไรบ้าง? และประกันภัยให้ความคุ้มครองหรือไม่ มาฝากกัน เพื่อให้พวกเราที่ใช้รถกันอยู่เป็นประจำได้เป็นข้อมูลไว้ เผื่อกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ จะได้รับมือได้ถูกครับ รถถูกขโมย ต้องทำอย่างไรบ้าง? 1.ตั้งสติให้ดี เข้าใจได้ว่าหากใครประสบกับเหตุไม่คาดฝันแบบนี้ ก็คงอาจจะสติแตกหรือควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงได้ยาก แต่เชื่อเถอะว่าหากเกิดเหตุนี้ขึ้นมาสิ่งแรกที่เราควรทำคือควบคุมสติเราให้ดีและพยายามควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงด้วย เพื่อที่เราจะได้ค่อยๆ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ จนผ่านพ้นปัญหาไปด้วยดีนั่นเอง 2.ติดต่อบริษัทประกันหรือไฟแนนซ์ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างกรณี รถถูกขโมย ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซด์ ก็ตาม สิ่งแรกที่เราควรทำก็คือ  โทรแจ้งบริษัทประกันภัยที่เราทำประกันไว้ , โทรแจ้งไฟแนนซ์ที่เราผ่อนรถอยู่ เพื่อแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้ทราบและดำเนินการในลำดับต่อไป […]

อ่านเพิ่มเติม

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

บทความยอดนิยม